fiction

 

 

        หนังสือปกสีดำเล่มหนึ่ง อวดตัวอย่างโดดเด่นที่หน้าร้านขายการ์ตูนในห้างดังแห่งหนึ่งกลางเมืองโคราช ซึ่งมีหัวเรื่องอยู่ด้านบนหนังสือเล่มนั้นว่า.........

       

        ด้วยความที่ผมเป็นสาวกตัวยงของการ์ตูนเรื่องนี้ จึงไม่ลังเลใจเลยแม้แต่นิดที่จะควักเบี้ยส่วนหนึ่งไปแลกกับหนังสือเล่มนี้มาเป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเอง ในจังหวะเดียวกับ Death Note เล่มนั้นเหลือเพียงแค่เล่มเดียวพอดิบพอดี

        หนแรกที่เห็นหน้าปก ผมเข้าใจว่าเป็น Death Note ตอนพิเศษ ไม่มีแม้แต่ส่วนใดของปกหน้า ปกหลัง และสันปกที่บ่งบอกว่าเป็นหนังสือชนิดใด จนเมื่อแกะซอง ซึ่งห่อหุ้มอย่างมิดชิดมากๆ กลับพบว่าเป็นหนังสือนิยาย โดยมีความยาวถึง 208 หน้าเต็มๆ

        Death Note : Another Note คดีฆาตกรรมต่อเนื่องลอสแองเจลิส BB เป็นผลงานการประพันธ์โดยนิชิโอะ อิชิน ซึ่งดัดแปลงมาจากการ์ตูนยอดนิยมของโอบะ ซึงุมิ กับโอบาตะ ทาเคชิ

        Another Note บอกเล่าผ่านบันทึกของมิฮาเอล คีล หรือ เมลโล หนึ่งในตัวละครผู้ฟาดฟันกับ “คิระ” อย่างดุเดือดในภาคการ์ตูน ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการสืบสวนคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในมหานครลอสแองเจลิสของแอล ยอดนักสืบอัจฉริยะ ก่อนหน้าที่จะเผชิญหน้ากับคิระ ฆาตกรผู้ถือสมุดบันทึกมรณะเป็นอาวุธ โดยแอลสั่งการผ่านมิโซระ นาโอมิ เจ้าหน้าที่เอฟบีไอสาวฝีมือดี เข้าไปตรวจสอบ ค้นหาข้อความของฆาตกร ซึ่งแฝงไว้ ณ สถานที่เกิดเหตุนอกเหนือจากหลักฐาน หุ่นฟางที่ตอกไว้ตรงมุมห้อง และสภาพศพของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย

        บีลีฟ ไบรดส์เมด  ควอเตอร์ ควีน  และแบ็คยาร์ด บ็อตทอมสแลช เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทั้งสาม ซึ่งต่างถูกฆาตกรรมแบบต่างกรรมต่างวาระกัน เมื่อมิโซระมาตรวจสอบห้องนอนของไบรดส์เมด สถานที่เกิดเหตุคดีแรก ก็ยังไม่พบสิ่งที่น่าสนใจพอจะเรียกว่า “เงื่อนงำ” มากนัก จนกระทั่ง นักสืบเอกชนลึกลับ ซึ่งเรียกตนเองว่า “ริวซากิ” ปรากฏตัวขึ้นภายในห้องแห่งนั้น

        มิโซระและริวซากิจึงร่วมมือกันคลี่คลายคดี โดยมิโซระยังคงติดต่อและรับคำสั่งจากแอลผ่านโทรศัพท์มือถือ ในขณะเดียวกันการร่วมมือของทั้งสองก็คลี่คลายปมเงื่อนของคดีไปทีละเปลาะ  จนใกล้จะสาวถึงตัวฆาตกรตัวจริง พร้อมทั้งช่วยปกป้องชีวิตเหยื่อรายต่อไป

        การที่ Another Note บอกเล่าผ่านบันทึกของเมลโล่ เป็นส่วนเสริมให้เรามองเห็นลักษณะนิสัย แรงจูงใจเพิ่มเติมจากในฉบับการ์ตูน ขณะที่ลักษณะนิสัยของมิโซระ ซึ่งในฉบับการ์ตูนก็ไม่ได้กล่าวถึงมากนัก (ออกโรงไม่กี่ตอนก็เสียชีวิตซะแระ...) แต่ในฉบับนิยายจะเน้นมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นตัวละครหลักของเรื่องโดยตรง

        จาก Another Note ตลอดทั้งเล่มให้ความรู้สึกราวกับได้อ่านเชอร์ล็อค โฮล์มของเซอร์อาเธอร์ โคนัน ดอยล์อีกเล่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวละครทั้งสองอย่างริวซากิกับมิโซระขับเคลื่อนเนื้อเรื่องโดยร่วมกันคลี่คลายเงื่อนปมของคดีฆาตกรรมอย่างกลมกลืนได้เหมือนกับคู่หูยอดนักสืบดังแห่งบ้านเลขที่ 221 บี เชอร์ล็อค โฮล์มกับหมอวัตสันนั่นเอง

         ตอนต้นของ Another Note แทบทุกตอนมักจะมีบทนำของเมลโล่ก่อนเริ่มเรื่องราวการสืบสวนเสมอ ซึ่งเฉลยตัวตนที่แท้จริงของริวซากิ และฆาตกรตัวจริงของคดีนี้ รวมถึงความสามารถพิเศษอันคาดไม่ถึงของฆาตกร ซึ่งโยงเข้ากับเรื่องราวในฉบับการตูน เมื่ออ่านหน้าแรกๆ ของนิยายเล่มนี้ ดูเหมือนความตื่นเต้นในการค้นหาฆาตกรตามแบบฉบับนิยายแนวสืบสวนจะลดลงไปบ้าง

แต่ทว่า..........

 

         อรรถรสกลับไม่ได้ลดลงไปจากเดิม จากที่ผมอ่านเหมือนกับเฉลยออกมาจนหมดแม็ก Another Note กลับมีความน่าสนใจตรงที่วิธีการของมิโซระและริวซากิ คลี่คลายคำตอบจากข้อความที่คนร้ายแฝงมากับการกระทำที่ดูเหมือนไร้สาระตามแบบฆาตกรโรคจิตในนิยายแนวๆนี้

         จุดสำคัญใน Death Note  ฉบับนิยายเล่มนี้ มีการพิมพ์ตัวพิมพ์หนาอยู่เป็นระยะ ล้วนแล้วแต่เป็นคีย์เวิร์ดของคดี ที่เน้นเพื่อให้ผู้อ่านมองเห็นข้อความสำคัญที่นำไปสู่การไขคดีของตัวละครทั้งสอง

         สำหรับการเฉยทริก “หุ่นฟางเพียงตัวเดียว ก็สร้างห้องปิดตายได้” แม้จะอธิบายรายละเอียดเสียยาวเหยียด หากนึกภาพตามคำอธิบายจะมองเห็นภาพที่ค่อนข้างคลุมเครือ ซึ่งรายละเอียดส่วนนี้ ถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญของคดี ที่มิโซระนำไปต่อจนสามารถไขปริศนาจนกระชากหน้ากากของฆาตกรได้ในที่สุด

         ดังนั้น Death Note : Another Note คดีฆาตกรรมต่อเนื่องลอสแองเจลิส BB ถือเป็นนิยายแนวสืบสวนอีกเล่ม ซึ่งดำเนินเรื่องค่อนข้างเรียบง่าย แต่ผมกลับรู้สึกว่าอ่านสนุก จนแทบวางไม่ลง (ถ้ายังอ่านไม่จบอ่ะนะ...) ที่ผู้อ่านทุกท่านไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

 

                                                                                                      ดินสอ 2B
                                                                                                      ---------

ตีพิมพ์ในคอลัมน์ "ศิลปะและบันเทิง" จากหนังสือพิมพ์โคราชรายวัน
ฉบับวันที่  14 - 17 พฤศจิกายน  2551 หน้า  10
 

--------------------------------------------------------------------------

ขงจื้อกล่าวไว้ว่า คนเรามักให้คำสัญญากันง่ายๆ แต่นานๆครั้งจึงจะมีคนรักษาสัญญานั้นได้ การให้สัญญาไปอย่างง่ายดายนั้น ยากนักที่จะปฏิบัติตามสัญญาทั้งหมดได้ หลายต่อหลายครั้งที่โศกนาฏกรรมมีสาเหตุมาจากการใช้ วาจา พูดเล่น เพราะหากมีใครคนหนึ่งคิด จริงจัง ก็จะนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
.
เป็นอีกข้อคิดเชิงปรัชญาอีกประการหนึ่ง ที่ผมได้จากหนังสือ สนุก~ กับ~ พิสดารอ่านฉลาด (Fantasies of The Six Dynasties) ฉบับการ์ตูนทั้งเล่ม จากการรังสรรค์ลายเส้นของ ไช่ จื้อ จง (Tsi Chih Chung) นักเขียนการ์ตูนแห่งไต้หวัน เจ้าของผลงานเรื่อง ไซอิ๋ว ฉบับฮาเฮ ทั้งสองเล่ม สามก๊กและ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขาเหลียงซานฉบับการ์ตูน กับผลงานการเขียนการ์ตูนเรื่องอื่นๆ ที่ผมมิอาจสาธยายมา ณ เนื้อที่แห่งนี้ได้

การ์ตูนเล่มดังกล่าว นอกจากจะให้ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ยังแฝงไว้ด้วยความเลิศล้ำแห่งคุณค่าทางภูมิปัญญา ทั้งแง่คิด คติธรรมคำสอนอันลึกซึ้ง การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคม การแก้ปัญหาด้วยสติปัญญาอันเฉียบคมรวมถึงสารพันตำนานความลี้ลับ........ แหวกแนว ความแปลกพิสดารในอิทธิฤทธิ์อภินิหารอันแสนประทับใจ มุขตลกอันชวนขบขันกับพฤติกรรมแผลงๆ ประหลาดๆ ที่หาอ่านได้ยากยิ่ง

***************************

ภายใน สนุก~ กับ~ พิสดารอ่านฉลาด ประกอบด้วยเรื่องราวอันทรงคุณค่าทางภูมิปัญญาทั้ง 19 เรื่องด้วยกัน ซึ่งผมพอจะยกบางเรื่องในหนังสือเล่มนี้มาให้ผู้อ่านพอเป็นกระสาย

ปิศาจผู้โง่เขลา : ติงเปาผู้ขายปิศาจ

ซึ่งเป็นเรื่องราวของชายหนุ่มนามว่า ซ่งติงเปา (แซ่และชื่อครับ อย่าคิดมาก) เดินทางอยู่ในป่าใหญ่ตามลำพัง จนพบกับปิศาจตนหนึ่งเข้า ถึงแม้นจะรู้สึก กลัว แต่ติงเปาก็ยังมี ปฏิภาณไหวพริบ ตั้งสติ เข้าไปตีสนิทกับปิศาจตนนั้น และทำให้เขาได้ บางสิ่ง จากปิศาจตนนั้น.............

เต่าเทวดา : หวางจือผู้หลงทาง

อันเป็นเรื่องราวของ หวางจือ ชายหนุ่มที่เดินทางเข้าไปเก็บสมุนไพรบนป่าใหญ่ เวลาเนิ่นนานผ่านไป เขาก็หลงทางอยู่ภายในป่า ไร้ทั้งอาหาร และน้ำดื่ม ความสิ้นหวังเข้าเกาะกุมจิตใจ เขาได้แต่นั่งร้องไห้คร่ำครวญ ด้วยความรู้สึกเวทนา สงสาร เต่าตัวใหญ่ตัวหนึ่งโผล่ออกมาจากผืนดินที่เขายืนอยู่ เต่าตัวนั้นจึงช่วยแบกหวางจือไปจนถึงริมน้ำออกจากป่าอย่างปลอดภัย หวางจือพบเรือของคหบดีลำหนึ่ง ซึ่งแล่นผ่านมาพอดี ชายเจ้าของเรือได้อุปการะ หาอาหารและน้ำดื่มให้กับเขา ด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง หวางจือจึงตอบแทนด้วยการบอกแหล่งที่อยู่ของเต่าตัวใหญ่ที่ช่วยเหลือตนเองมาหมาดๆ.............

ม้าผู้เป็นสามี : ผู้หญิงของม้า

กับเรื่องราวหญิงสาวที่อาศัยอยู่ตามลำพังกับม้าตัวผู้ตัวหนึ่ง ซึ่งมีความรู้สึกผูกพัน รักใคร่ต่อหญิงสาวมากยิ่ง ขณะที่บิดาของหญิงสาวหายสาบสูญไปนาน ด้วยความคิดถึงบิดา หญิงสาวจึงเอ่ยพลั้งปากออกมา ให้กับม้าตัวนั้นฟัง
.
ถ้าเจ้าตามพ่อข้ากลับมาได้ ข้าก็จะแต่งงานกับเจ้า
.
เมื่อม้าวัยคะนองได้ฟังดังนั้น จึงเร่งฝีเท้าออกไปตามหาบิดาของหญิงสาวทันที จนพบตัว แล้วพากลับมาที่บ้าน แต่แล้ว............. บิดาของหญิงสาวก็รับรู้ว่า ม้าตัวนั้น คิดอย่างไรกับบุตรสาวของตนเอง เขาจึงตอบแทนม้าตัวผู้ด้วยการ .............

สาวน้อยหมู : ระฆังทองบนขาหมู

เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มแซ่หวาง เดินทางกลับบ้านไปกับเรือ เมื่อผ่านถึงเขื่อนในตอนกลางคืน เขาจึงตัดสินใจจอดเรือพักอยู่ในแนวเขื่อนกั้นน้ำ และแล้ว............. เขาได้พานพบกับหญิงสาวผู้หนึ่งกำลังเดินทางอยู่ตามลำพัง ด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัย เขาจึงพาหญิงสาวพักอยู่ด้วยกันภายในเรือ

รุ่งเช้าวันต่อมา หญิงสาวขอตัวกลับบ้าน ก่อนจากกันเขาได้ให้กำไลทองแขวนไว้ที่ข้อมืออันแสนบอบบางของหญิงสาว เมื่อหญิงสาวเดินทางกลับบ้าน ชายหนุ่มจึงตัดสินใจสะกดรอยตามจนรู้ที่พักของหญิงสาว แล้วเข้าไปสอบถามชายวัยกลางคน ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน
.
ข้ากำลังตามหาหญิงสาวผู้หนึ่ง ที่อาศัยอยู่ที่นี่ หนุ่มแซ่หวางเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น
ที่นี่ไม่มีผู้หญิงหรอกพ่อหนุ่ม มีแต่ผู้ชายพักอยู่ และเราพอมีผู้หญิงอยู่เหมือนกัน ลองตามข้ามาสิ ชายเจ้าของบ้านตอบด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม แล้วเดินพาชายหนุ่มไปหลังบ้าน
.
เมื่อเดินมาถึงหลังบ้านของชายวัยกลางคน สีหน้าของชายหนุ่มบังเกิดความตื่นตระหนก.............

การเถียงด้วยโวหาร : เหญินตงผู้ไม่เชื่อเรื่องปิศาจ

อันเป็นเรื่องราวของเหญินตง ชายหนุ่มมีฐานะ และคุณวุฒิอันสูงส่ง ซึ่งเขาไม่เชื่อในเรื่องของปิศาจ ว่ามีอยู่จริงบนโลกใบนี้ด้วยเหตุผล
.
หลายคนที่เคยเห็นปิศาจต่างพากันพูดว่า ปิศาจนั้นจะสวมชุดที่เขาเคยใส่เมื่อครั้งยังมีชีวิต หากท่านบอกว่าคนตายแล้ว วิญญาณจะกลายเป็นปิศาจ ก็โปรดอย่าบอกข้าว่าเสื้อผ้าเหล่านั้นก็มีวิญญาณด้วย แถมยังกลับไปให้ปิศาจสวมใส่ได้อีก
.
ด้วยเหตุฉะนี้ ทำให้มิมีผู้ใดหาเหตุผลมาหักล้างความคิดนั้นได้ เหญินตงจึงรู้สึกทะนงในความคิดของตนเองยิ่งนัก

จนวันหนึ่ง เหญินตงได้พบกับชายคนหนึ่ง ซึ่งแต่งตัวภูมิฐาน เดินทางมาที่บ้านของเขา และได้สนทนาพาทีเขาในเรื่องราว สัพเพเหระต่างๆ จนเมื่อได้พูดถึงเรื่องของปิศาจ และเรื่องราวของเทพเจ้า การทุ่มเถียงเป็นไปอย่างเผ็ดร้อน จนผู้มาเยือนสุดจะกลั้นอารมณ์ของตนเอง และได้แสดงตัวตนของตนเองออกมา.............

ผมคิดว่าเรื่องราวนี้ น่าจะเข้าข่ายในท่วงทำนอง ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่ ประโยคอันคุ้นหูของเราทั้งผองนั่นเอง

ผู้หญิงที่น่าพิศวง : หลี่จี

ซึ่งเป็นเรื่องราวของ หลี่จี บุตรสาวคนเล็กของ หลี่ต้วน ซึ่งมีฐานะทางบ้านขัดสน ด้วยความกตัญญูรู้คุณ และต้องการทดแทนคุณบิดา มารดร หลี่จีจึงต้องการออกไปปราบงูยักษ์ ที่มีขนาด 23 เมตร (โดยประมาณ) ซึ่งออกมาอาละวาด กินสาวพรหมจรรย์ อันเป็นเครื่องสังเวยจากทางการปีละคน
เมื่อครบกำหนดที่จะส่งสาวพรหมจรรย์ให้กับงูยักษ์ หลี่จีจึงแอบมาเสนอตัวให้กับเจ้าเมืองไปเป็นเครื่องสังเวยให้กับงูยักษ์ และออกเดินทางไปปราบงูยักษ์ตามลำพังกับสุนัขเพียงหนึ่งตัวและโถใส่น้ำผึ้งกับบรรจุข้าวเพียงสี่ใบ.............

กระบี่ล้างแค้น : หลุมศพสามกษัตริย์ (สถานที่นี้มีอยู่จริงนะครับ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของมณฑลยูนาน)

จัดเป็นตำนานอีกเรื่องที่ผมชื่นชอบ ในเรื่องราวการตามล้างแค้นให้กับพ่อของตนเองของชายหนุ่มนาม ฉีไป่

แต่ทว่า......

ศัตรูผู้สังหารพ่อของเขา กลับมีตำแหน่งที่ไม่ธรรมดา ซึ่งเป็นกษัตริย์แห่งแคว้นฉู่ (ในสมัยชุนชิว ยุคแห่งความแตกแยกอีกสมัยหนึ่งของจีน นอกเหนือจากยุค 3 ก๊กที่เรารู้จักกันดี) และก็เหตุบังเอิญอีกเช่นกัน ที่กษัตริย์ก็ฝันเห็นชายหนุ่ม ซึ่งมีใบหน้าละม้ายคล้ายฉีไป่ ยืนชูกระบี่ พร้อมกับประกาศว่าจะฆ่าตนเองให้ได้

เมื่อกษัตริย์แห่งแคว้นฉู่ตื่นขึ้นมาจากห้วงแห่งความฝันด้วยความตื่นตระหนก และมีความหวาดระแวงเด็กหนุ่มที่ฝันเห็นมาหมาดๆ จึงออกประกาศจับตัวฉีไป่ไปทั่วแว่นแคว้น.............

เรื่องราวนี้ก็อยู่ในข่าย บุญคุณต้องทดแทน ความแค้นต้องชำระ และโครงเรื่องนี้ได้ถูกนำมาดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์อยู่หลายเรื่อง

และมีเรื่อง Hero ของผู้กำกับจาง อี้ โหม่ว ที่เพื่อนผมแห่ง http://thatree.exteen.com/ สุดแสนจะหลงใหล และคลั่งไคล้ (ในผลงาน) เป็นหนึ่งในนั้น

เรื่องราวที่เรียงร้อย ซึ่งรวมถึงบทสรุปของเรื่อง และเรื่องราวอื่นๆ ที่มิได้กล่าวถึง ต่างอัดแน่นอยู่ภายในการ์ตูนเล่มนี้

***************************

อยู่มาวันหนึ่ง.............

ขณะที่ผมเรียนหนังสืออยู่ในห้องเรียนร่วมกับเพื่อนต่างวัย (แต่สูงทางวัยวุฒิมากกว่าผม) ซึ่งนั่งอยู่แถวเดียวกันทั้งสี่คน (รวมทั้งผม)
.
คุณ............. ลูกของผมไม่ค่อยอ่านหนังสือกันเลย จะแก้ไขกันยังไงดี คุณช่วยแนะนำหน่อย เพื่อนต่างวัยท่านหนึ่งเอ่ย
เอางี้นะ............. ลองหาหนังสือสักเล่มให้ลูกคุณอ่านดูสิ เผื่อจะดีขึ้น เพื่อนต่างวัยอีกท่าน ที่มีรูปร่างเล็กนั่งอยู่ข้างผมเสนอความเห็น
กลัวแต่มันจะไม่หยิบขึ้นมาอ่านนะสิ เพื่อนต่างวัยท่านเดิมแย้ง
น้าๆ............. เดี๋ยวผมเอาหนังสือมาให้ก็แล้วกันนะครับ ผมว่าลูกของน้าต้องชอบแน่ๆ ผมรับรองได้ ผมเสนอแนะ
.
จากนั้นในวันต่อมา ผมก็นำหนังสือ สนุก~ กับ~ พิสดารอ่านฉลาด มาให้เพื่อนต่างวัยหยิบยืม ไปให้ลูกของเขาได้อ่านกัน

และแล้ววันหนึ่ง เขาก็บอกกับผม
.
เออ............. นี่ หนังสือเล่มเหลืองๆที่คุณให้ผมยืม ลูกชาย ลูกสาวผมชอบอ่านมากเลย หยิบมาอ่านแล้ว อ่านอีก ตั้งหลายรอบ
.
ซึ่งเป็นตัวอย่างยืนยัน ถึงคุณค่าอันมากล้นของหนังสือการ์ตูนเล่มนี้

***************************