2010 Yoga Dogs calendar
posted on 18 Nov 2009 10:01 by autis-mann in Stationery
จาก Fwd ตัวอย่างปฎิทินปีหน้า รูปสุนัขทำท่าฝึกโยคะ เหมือนล้อเลียนคนยังไงก็ไม่รู้สิ
จาก Fwd ตัวอย่างปฎิทินปีหน้า รูปสุนัขทำท่าฝึกโยคะ เหมือนล้อเลียนคนยังไงก็ไม่รู้สิ
“เฮ้ย!!!.... เมื่อใหร่เมิงจะเขียนโอตสึ อิจิซะทีฟระ??”
“เออ... เด๋วกรูก็เขียนเองแหละน่า....”
ไดอะล็อกข้างต้นเป็นปุจฉากับวิสัชนาระหว่างผมและสหายธาตรี ซึ่งเป็นเจ้าของสัมปทานตัวจริงบนพื้นที่คอลัมน์แห่งนี้ เขามักจะมาทวงถามและผมก็ตอบตัดบทเช่นนี้เสมอ แต่จนแล้วจนรอดผมก็ไม่ได้เขียนถึง “คลื่นถี่ความเหงา” ผลงานเล่มล่าสุดของโอตสึ อิจิเลยสักครั้ง
อันที่จริงผมซื้อหนังสือเล่มนี้มาตั้งแต่ช่วงปั่นงานวิจัยในเดือนมีนาคม อ่านจบก็เสียบเข้าชั้น และอยู่อย่างนิ่งสงบไม่มีทีท่าว่าจะมาเอะอะโวยวายและทวงถามเลยสักนิด (ฮา) จวบจนกาลเวลาผันผ่านไปหลายเดือน ผมจึงนำ “คลื่นถี่ความเหงา” มาแนะนำคุณผู้อ่านกันเสียที
ภายใน “คลื่นถี่ความเหงา” รวบรวมเรื่องสั้นของโอ๊ตสึ อิจิ 4 เรื่องด้วยกัน คือ สัญญาณจากอนาคต หัวขโมยกับอุบัติเหตุประสานมือ เด็กสาวบนแผ่นฟิล์ม และทิวทัศน์ที่สาบสูญ ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายของภาพยนตร์หรือซีรีส์ญี่ปุ่นอย่างตลบอบอวลเลยทีเดียวเชียว เรื่องสั้นทั้งสี่ต่างมีลักษณะผูกโยงเรื่องราวโดยใช้ตัวละครหลักเพียง 2 – 3 ตัวเท่านั้น เนื้อหาจึงดูกระชับ โดยที่รายละเอียดปลีกย่อยก็ไม่ได้ขาดหายไปแต่อย่างใด
อารมณ์ของเรื่องสั้นแต่ละเรื่องเต็มไปด้วยความรู้สึกหดหู่ในหลากหลายรูปแบบ โดยตัวละครเอกในเรื่อง “สัญญาณจากอนาคต” ต้องเผชิญกับชีวิตอันแสนเบื่อหน่ายต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมยุคปัจจุบัน กับความทุกข์ของตัวละครเอกในเรื่อง “หัวขโมยกับอุบัติเหตุประสานมือ” ซึ่งเดินตามความใฝ่ฝันของตนเอง แต่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงอันแสนโหดร้ายของโลกที่เงินต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด
ส่วน “เด็กสาวบนแผ่นฟิล์ม” เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการคลี่คลายปริศนาของเด็กสาวที่ถ่ายติดบนแผ่นฟิล์มโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งๆที่ตอนถ่ายไม่มีเด็กสาวเข้าฉากเลยสักแอะ.... เอาล่ะสิ.... หญิงสาวคนหนึ่งก็บังเอิญเปิดฉายดูตามลำพัง ซึ่งโอ๊ตสึ อิจิเล่าเรื่องผ่านไดอะล็อกของหญิงสาวผู้นี้นี่เอง ̴โดยไม่มีบทพูดของคู่สนทนาแทรกเข้ามาเลยแม้แต่นิดเดียว คล้ายกับการเล่าเรื่องของการ์ตูน GTO ตอนซาเอจิมะเพื่อนของโอนิซึกะเป็นตัวเอก เหมือนพูดเองเออเองอยู่คนเดียว ทั้งๆที่มีโอนิซึกะเป็นคู่สนทนา (น่าจะมีอยู่ 3 ตอน) ....กลับมาที่เด็กสาวบนแผ่นฟิล์มกันต่อ อารมณ์อันแสนหดหู่ของเด็กสาวจากปัญหาครอบครัวก็ถูกก่ายทอดผ่านไดอะล็อกของหญิงสาวเช่นกัน
สำหรับ “ทิวทัศน์ที่สาบสูญ” โอ๊ตสึ อิจิเล่าเรื่องตัวละครเอกประสบอุบัติเหตุจนร่างกายแทบทุกส่วนจะไร้ความรู้สึก แน่นอน.... ในช่วงต้นเรื่องอารมณ์ของตัวละครเต็มไปด้วยความหดหู่ สิ้นหวัง แต่ก็ยังมีส่วนรื่นรมย์ในช่วงกลางเรื่อง และในช่วงท้ายเรื่อง..... อ่า.... ผมไม่สปอยล์ดีกว่า เดี๋ยวคนที่ซื้อ หรือกำลังอ่านเรื่องนี้หมดอารมณ์กันพอดี
โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบแนวการนำเสนอของ “เด็กสาวบนแผ่นฟิล์ม” ซึ่งดูเหมือนจะเรียบง่าย แต่การผูกโยงบทสนทนาของตัวละครเพียงตัวเดียว กลับนำไปสู่การคลี่คลายปริศนาของเด็กสาวปริศนาได้เยี่ยมทีเดียว แต่บทสรุปของเรื่องอาจดูง่ายดายไปนิด
สำหรับอีกสามเรื่องที่เหลือใน “คลื่นถี่ความเหงา” การดำเนินเรื่องดูธรรมดามากๆ จนดูคล้ายกับว่าโอ๊ตสึ อิจิหมดมุขไปเสียแล้ว เมื่อเทียบกับผลงานก่อนๆ ของเขาอย่าง “โทรศัพท์สลับมิติ” และ “ฤดูร้อน ดอกไม้ไฟ และร่างไร้วิญญาณของฉัน” ซึ่งมีจุดสำคัญอยู่ที่การหักมุมที่กระแทกใจผมอย่างแรง จนผมต้องเสพติดผลงานของนักเขียนท่านนี้มาจนบัดเดี๋ยวนี้
เมื่อมองในภาพรวม ถึงแม้ “คลื่นถี่ความเหงา” จะดูด้อยกว่าผลงานเล่มก่อนๆ ไปบ้าง แต่อรรถรสที่ได้จากความหลากหลายของหนังสือเล่มนี้ก็มีมากอยู่พอสมควร แถมยังให้ความรู้สึกติดตามเรื่องราวภายในเล่มอย่างน่าประหลาดยิ่งนักมิมีเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
คงไม่แคล้วที่ผมจะต้องตามติดผลงานของนักเขียนจากแดนปลาดิบท่านนี้ต่อไป.....