Speciel

ชีวิตดราม่าแบบแมวๆ

posted on 16 Apr 2011 12:06 by autis-mann in Speciel


        “เมี้ยว.... เมี้ยว.... เมี้ยว....” 

        เสียงเล็กๆ ของแมวตัวหนึ่ง มีขนสีเทาเข้ม ตัวขนาดย่อม ดังข้างร้าน ขณะที่ฉันกำลังสาละวนจัดสินค้าอยู่ภายในร้าน ฉันจึงเดินไปหยิบข้าว แล้วคลุกกับปลาทูใส่จานให้เจ้าแมวตัวนั้น ซึ่งเจ้าเหมียวก็ยังมองฉันด้วยสายตาหวาดระแวง แต่ยังคงร้องไม่หยุดปาก

        เมื่อฉันวางจานข้าวคลุกปลาไว้ในกล่อง เจ้าเหมียวก็เข้ามากินอย่างหิวโหยยิ่งนัก....

        เจ้าเหมียวตัวนั้น เป็นตัวผู้  ฉันจึงตังชื่อมันว่า “เทา เทา”

 

 

วันต่อมา

        “เมี้ยว.... เมี้ยว.... เมี้ยว....”

        เสียงเล็กแหลมของแมวอีกตัว ดังมาจากกองไม้ในโกดัง ซึ่งโทนเสียงต่างกันจากเจ้าเทา เทาอย่างแน่นอน ฉันเดินไปตามเสียงร้อง และพบดวงตากลมโตคู่หนึ่งในชั้นวางไม้ ตัวของแมวตัวนี้มีสีดำขลับ ตัวเล็กมาก ฉันจะเข้าไปอุ้มมันออกมา แต่เจ้าแมวตัวนี้ก็ถอยกรูด ลึกเข้าไปในชั้นวาง ฉันจึงคลุกข้าวกับปลาทูวางไว้ในบริเวณนั้น

        เมื่อได้อาหารมื้อแรก แมวตัวนี้ก็เริ่มไว้ใจ และรู้สึกคุ้นเคย จากนั้นก็เข้ามาอยู่ภายในร้าน แมวตัวนี้เป็นตัวเมีย ซึ่งฉันก็เรียกมันว่า “แมงเหมี่ยง” ตามสีขนสีดำขลับ มันวาววับ อันเป็นลักษณะโดดเด่นของมันนั่นเอง

        นับแต่นั้นมาเจ้าเหมียวสองตัวก็กลายเป็นแมวสามัญประจำร้านไปโดยปริยาย

 

ต่อมาไม่นานนัก...

        เจ้าเทา เทา กับแมงเหมี่ยงก็มีลูกด้วยกันสี่ตัว สามตัวแรกมีสีขาวแต้มดำ ส่วนอีกตัวมีสีดำสนิทเหมือนแม่ของมัน เจ้าแมงเหมี่ยงหวงลูกของมันมาก หากมีคนไปอุ้มลูกของมันออกมาเล่น เจ้าแมงเหมี่ยงก็จะตาลีตาเหลือกรีบคาบลูกกลับไปไว้ในกล่องทันที และกกลูกของมันอยู่ในกล่องทั้งวัน โดยไม่ยอมแตะข้าวคลุกปลาทูอาหารโปรดของมันเหมือนอย่างเคย

        ฉันได้แต่รู้สึกแปลกใจ... แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าว่า เจ้าแมงเหมี่ยงมีสัญชาตญาณความเป็นแม่เกินปกติเท่านั้นเอง

 

 

สองอาทิตย์ต่อมา....

        “เมี้ยว.... เมี้ยว.... เมี้ยว....”

        เสียงแหลมเล็กของเจ้าแมวน้อยทั้งสี่ตัวดังมาจากในกล่อง ฉันจึงเดินไปดู ก็พบเพียงลูกแมวสี่ตัว ที่ยังคงร้องระงมไม่หยุดปาก โดยไร้เงาร่างเจ้าแมงเหมี่ยง ซึ่งมักจะกกลูกให้เห็นจนชินตาเสียอย่างนั้น

        เรื่องราวชักจะดราม่ามากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเจ้าแมงเหมี่ยงหายไปนานจนผิดสังเกต ทั้งๆ ที่มันหวงลูกมาก ฉันเดินหาจนทั่ว แต่ไม่มีวี่แววว่าจะพบแม้แต่เงาร่างเจ้าแมงเหมี่ยงเลยสักนิด เข็มนาฬิกาก็ยังทำงานตามปกติ ผ่านไปชั่วโมงแล้ว ชั่วโมงเล่า ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะพบเจ้าแมงเหมี่ยงกลับมานอนกกลูกของมันเหมือนเคย

        จวบจนเวลาเที่ยงวัน ฉันก็ขับรถออกไปทำธุระ... ขณะที่กำลังขับรถ สายตาพลันเหลือบไปเห็นชากแมวขนสีดำ สภาพเละเทะไม่มีชิ้นดี อยู่บริเวณริมถนน ห่างจากปากทางเข้าร้านราวๆ ครึ่งเมตร ฉันรู้ว่านั่นต้องเป็นเจ้าแมงเหมี่ยงเป็นแน่แท้

        ฉันได้แต่รู้สึกสงสารจับใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าช่วยเลี้ยงลูกของมัน ส่วนเจ้าเทา เทาก็มารับบทแม่จำเป็นให้ลูกน้อยทั้งสี่ตัวดูดนมแทนเจ้าแมงเหมี่ยง

        ต่อมาฉันนำเจ้าแมวน้อยไปให้ญาติๆ ผู้ใจบุญรับเลี้ยงต่อไป.....

 

 

 

        ส.ค.ส. พระราชทาน เป็นบัตรส่งความสุข ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประดิษฐ์
ขึ้นด้วยพระองค์เอง เพื่อพระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทย เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ เป็น
ประจำทุกปี (ยกเว้น พ.ศ. ๒๕๔๘)


        ในวันสิ้นปี (๓๑ ธันวาคม) ของทุกปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงพระกรุณาโปรด
เกล้าฯ พระราชทานพร เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีโทรทัศน์
ทุกสถานี นอกจากนี้ ยังทรงปลีกเวลาจากพระราชกรณียกิจ มาปรุแถบโทรพิมพ์ (เทเล็กซ์)
พระราชทานพรปีใหม่ แก่เจ้าหน้าที่ผู้ถวายงาน โดยทรงใช้รหัสแทนพระองค์ว่า กส. ๙ เช่นเดียว
กับที่ทรงใช้ติดต่อทางวิทยุสื่อสาร ทรงระบุท้ายโทรพิมพ์ว่า กส. ๙ ปรุ ส.ค.ส. พระราชทาน ที่
เป็นโทรพิมพ์เหล่านี้ เริ่มเผยแพร่สู่สาธารณชน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐


        เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น จึงได้ทรงเริ่มต้นประดิษฐ์ ส.ค.ส. พระราชทาน ด้วยเครื่อง
คอมพิวเตอร์ส่วนพระองค์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๑ โดยทรงพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ขาวดำ และทรงพระ
กรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โทรสาร (แฟกซ์) พระราชทานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ โดยข้อความใน
ส.ค.ส. พระราชทาน แต่ละปี จะประมวลขึ้นจากเหตุการณ์บ้านเมือง เพื่อสะท้อนให้เห็นปัญหา
และอุปสรรคต่าง ๆ ที่ประเทศไทยต้องประสบ ในรอบ ๑ ปีที่ผ่านมา ในปีต่อ ๆ มา หนังสือพิมพ์
รายวัน ได้นำลงตีพิมพ์ ในฉบับเช้าวันที่ ๑ มกราคม เพื่อให้พสกนิกรได้ชื่นชม