Father

        กริ๊ —————————

        เสียงจากโทรศัพท์ดังขึ้นในหัวค่ำวันหนึ่ง ภายในหอพักบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ผมตื่นจากภวังค์ขึ้นมาทันที หลังจากที่อ่านหนังสือเตรียมสอบอย่างหนัก และกำลังพักผ่อนสายตาสักพัก

        “สวัสดีครับ..... อ่ะ....... แม่เหรอครับผมเอ่ยหลังจากรับโทรศัพท์
        “เอ่อ....... ยะ แม่มีอะไรจะบอกนะ........เสียงตามสายเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเศร้าซึม
        “แม่...... มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเหรอครับ??” ผมถามกลับ และเริ่มรู้สึกแล้วว่าต้องมีสิ่งอัปมงคลเกิดแน่นอน
        “แม่พาพ่อไปตรวจ.......... เอ่อ............. แล้วหมอบอกว่า พ่อเป็นมะเร็งแม่เอ่ยด้วยเสียงเศร้าสร้อย และเสียงสะอึกสะอื้นเริ่มตามมา
        “แม่............ ผมพอทำใจได้ตั้งแต่แรกแล้วครับ แม่หักห้ามใจไว้ก่อนเถอะผมเอ่ยปลอบใจแม่
        “ยะ........... พ่อจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้วนะ ทำดีต่อพ่อให้ดีล่ะ พ่อจะว่าอะไรก็อย่าไปโกรธเขานะแม่เอ่ยสั่งสอนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
        “ครับ........ แม่ผมยืนยัน

        ผมรู้สึกใจหายวูบ แม้จะทราบมาก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม เพราะอาการทางกายบางอย่างบ่งบอกว่า พ่อไม่สบายและเป็นโรคร้ายแรงแน่นอน ซึ่งในใจผมเคยพาลคิดไปว่า สักวันหนึ่ง บุหรี่ที่พ่อสูบอยู่ทุกวัน จะหันมาทำร้ายพ่อ ด้วยการเสกสรรเซลมะเร็งเข้าไปอยู่ในร่างกายของพ่อ

דּ דּ דּ דּדּ דּ דּ דּ

        ภาพต่างๆ ที่เกี่ยวกับพ่อในความทรงจำของผม ผุดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ซึ่งท่านมักจะขับรถจักรยานยนต์คู่ใจ พาผมกับน้องสาวไปเที่ยว หรือพาไปทานข้าวนอกบ้าน
        ในช่วงที