นิทานเรื่องพ่อค้ากับเจ้าลาน้อย
posted on 07 Nov 2009 08:59 by autis-mann in Speciel
นิทานเรื่องนี้เรื่องราวมีอยู่ว่า....
ชายหนุ่มคนหนึ่งคิดว่าจะหันมาทำอาชีพค้าขาย ดังนั้นเขาจึงไปซื้อลามาตัวหนึ่ง เพื่อใช้บรรทุกสินค้า แต่เพราะทุนน้อย เขาจึงได้ลาตัวไม่โตนัก
เมื่อได้ลามาแล้วชายหนุ่มจึงขี่ลาออกเดินทางไปหาซื้อสินค้ายังอีกเมืองหนึ่ง เพื่อนำมาขายที่หมู่บ้านของตนเอง ณ เมืองแห่งนั้นมีสินค้าหลากหลายชนิด แถมยังราคาถูกด้วย ชายหนุ่มจึงเดินเลือกหาสินค้ามากมาย เจ้าของร้านค้าบอกว่าหากซื้อจำนวนมากๆก็จะลดราคาให้อีกด้วย
“ถ้าเราซื้อสินค้าพวกนี้ไปมากๆ เราก็จะยิ่งได้ราคาถูก แล้วเราก็จะขายได้กำไร งาม แถมยังไม่ต้องเสียเวลามาซื้อบ่อยๆอีกด้วย” ชายหนุ่มคิดในใจ
เมื่อเขาคิดคำนวณจำนวนเงินที่มีอยู่แล้ว เห็นว่าเงินที่มีอยู่น้อยนั้น จะสามารถจะซื้อสินค้าได้มากเลยทีเดียว เขาจึงตัดสินใจใช้เงินทั้งหมดที่เหลืออยู่ ซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก
ชายหนุ่มขนสินค้าทั้งหมดบรรทุกบนหลังลาตัวน้อย แล้วออกเดินทางกลับมายังหมู่บ้านของตนด้วยความร่าเริงแจ่มใสเป็นที่สุด ใบหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง พลางก็คิดถึงเรื่องกำไรที่ตัวเองจะได้ไปตลอดทาง เขาจึงรีบเร่งฝีเท้าเดินอย่างรวดเร็ว เพราะตอนนี้เขาไม่สามารถขี่ลากลับได้ แล้ว เพราะบนหลังลาเต็มไปด้วยสินค้า
เดินมาได้สักพักใหญ่ๆ เขาก็รู้สึกว่าเจ้าลาตัวน้อยเดินช้าลงกว่าเดิม เขาจึงนำไม้เฆี่ยนตีให้มันเดินเร็วขึ้น เพราะกลัวว่าจะถึงช้าและเสียเวลาค้าขาย
เจ้าลาน้อยเดินเร็วขึ้นได้ ไม่นาน ก็กลับช้าลงเหมือนเดิม ชายหนุ่มก็เอาไม้มาเฆี่ยนตีอีก พร้อมกับดุด่าไปตลอดทาง แม้ว่าจะเดินมาได้ครึ่งวันแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอมหยุดพักเลย ฝ่ายลาน้อยแม้จะโดนเฆี่ยนตี แต่มันก็ไม่สามารถจะเดินได้เร็วตามที่นายของมันต้องการ ตรงกันข้ามมันกลับยิ่งเดินช้าลงเรื่อยๆ เพราะน้ำหนักที่มันแบกรับไว้นั้นมากเกินขีดจำกัด
ในที่สุดเจ้าลาน้อยก็หยุดเดิน ขาของมันอ่อนแรงถึงขีดสุด และค่อยๆทรุดลง จนกระทั่งมันล้มกลิ้งลง จากเนินเขาไปสู่เหวเบื้องล่างพร้อมกับสินค้ามากมายบนหลังของมัน พ่อค้าหนุ่มตกตะลึง แต่ไม่สามารถช่วยลาของตนได้ เขาทำได้เพียงแค่ยืนมองลากับสินค้าที่ลอยละลิ่วปลิวลงสู่ก้นเหวไปอย่างรวดเร็ว
ผู้ที่มีความโลภมักจะเต็มไปด้วยกิเลส อยากได้อยากมีมากๆ โดยไม่สนใจว่าใครจะเดือดร้อนอย่างไร
แต่ท้ายที่สุด ก็เป็นตนเองน่ะแหละที่จะต้องพลอยเดือดร้อนไปอย่างหลีกเลี่ยงมิได้
“โลภมากมักลาภหาย” จึงเป็นนิยามง่ายๆ และตรงประเด็นที่สุดสำหรับนิทานเรื่องนี้นั่นเอง
โดยนิรา จากหนังสือธรรมลีลา ฉบับที่ 84 พ.ย 50
คัดมาอีกทีจาก http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?t=204959
#1 By ธาตรี on 2009-11-12 12:27