เมื่อนึกถึง“สุรา” เรามักจะนึกถึงภาพมนุษย์ผู้ไร้สติได้หยิบยื่นปัญหาสังคมให้กับตน
เอง ปัญหาครอบครัว ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ การข่มขืนกระทำชำเรา และปัญหา
อาชญากรรมทั้งหลายทั้งปวง นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เรารับชมทาง
โทรทัศน์ อ่านตามหน้าหนังสือพิมพ์ ล้วนสะท้อนถึงโทษของมันเป็นอย่างดี

        วันนี้เรามีโอกาสพบปะพูดคุยกับบุคคลที่เคยตกเป็นทาสน้ำเมาถึง 2 คน ซึ่งน่าจะทำให้ผู้มี
อาการติดสุราอยู่นั้นได้หันกลับมามองตัวเองบ้าง

 

 

 

        ดาบตร.ถวิล อาชญาทา สังกัด สภอ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ปัจจุบันอายุ 51 ปี บอกเล่าเรื่อง
ราวอดีตที่ผ่านมาถึงสาเหตุของการติดสุรา ซึ่งไม่ได้แตกต่างจากที่เราเคยได้ยินคือ “อยากลอง”

        ความอยากลองของคุณลุงถวิล เริ่มขึ้นเมื่ออายุได้ 18 ปี มันคงเป็นสิ่งที่ท้าทายและโก้เก๋มิใช่
น้อยสำหรับความคิด ที่ลืมต่อท้ายด้วยคำว่ารอบคอบ ความอยากลอง + เพื่อน มันมีอิทธิพลมาก
พอที่จะทำให้ชีวิตส่วนใหญ่หมกหมุ่นอยู่กับ 2 สิ่งนี้

 

 

 

        เมื่อเข้ารับราชการตำรวจ สุราก็ยังคงเป็นเพื่อนตายติดตัวไปด้วยจะเปลี่ยนก็แต่เพื่อนในวงที่
ร่วมดื่ม เท่านั้น นอกเวลาราชการเมื่อไรเป็นได้เจอกัน

        เวลาผ่านไปเมื่อถึงวัยที่ต้องมีครอบครัวกลับไม่ได้ทำให้วิถีการดื่มเปลี่ยน ไป จะมีก็แต่ภรรยา
ที่รอคอยสามีกลับบ้าน และลูก (ลูก 3 คน ชาย 1 คน แฝดหญิง 1 คู่) ที่รอคอยพ่อกลับบ้าน และ
เฝ้ารอครอบครัวที่อบอุ่นโดยปราศจากสุรา

        สุราไม่เพียงทำให้ครอบครัวของเขาขาดเสาหลักที่เข้มแข็ง แต่มันยังส่งผลถึงการจับจ่ายใช้
สอยภายในครอบครัว ปัญหาการทะเลาะกันระหว่างพ่อ-แม่จึงเป็นสิ่งที่ลูกๆเห็นบ่อยครั้ง แต่มันก็ยัง
ไม่ทำให้คุณลุงถวิลปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่ม

 

 

 

        จนกระทั่งกาลเวลาผันผ่านไปนานพอดู ลูกๆก็เริ่มโตขื้นเรื่อยๆ ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขื้นเป็นเงาตาม
ตัว ลูกชายคนโตที่เห็นพ่อดื่มเหล้าจนชินตาก็คงทำอะไรได้ไม่มากไปกว่า การเขียนกระดาษเตือน
สติพ่อติดไว้ทุกหนทุกแห่งในตัวบ้านมุมที่พ่อชอบดื่ม ชอบกิน ว่า “เลิกดื่มเหล้า เลิกสูบบุหรี่ เอา
เงินไว้ให้ลูกเรียน”
บวกกับการดื่มเหล้าติดต่อกันมานานหลายปีมีผลให้เป็นโรคกระเพาะอักเสบ
อย่างรุนแรง ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่หลายวัน

        ระหว่างที่รักษาตัวทำให้คุณลุงได้ทบทวนสิ่งต่างๆที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าไม่สายเกินไปที่จะกลับ
มาทำหน้าที่สามีและพ่ออย่างสมบูรณ์แบบ แม้วัยจะล่วงเลยมาครึ่งชีวิตแล้วก็ตาม โดยจุดเริ่มต้นคือ
การเลิกดื่มสุรา จากเงินเดือนที่แปรสภาพจากค่าเหล้า เปลี่ยนมาเป็นค่าเทอมของลูกๆ

 

 

 

        ถึงเวลาปัจจุบันลูกชายคนโตของคุณลุงได้ศึกษาจนถึงระดับเนติบัณฑิต และลูกแฝดสาวทั้ง
2 คนก็กำลังศึกษาคณะนิติศาสตร์ ม.รามฯ ชั้นปีที่ 3 พูดถึงตอนนี้เราสังเกตเห็นแววตาของคุณลุงที่
อิ่มใจกับสิ่งที่ตัวเองเลือกที่ จะหลุดพ้นจากการเป็นทาสสุรา สุขภาพที่เคยอ่อนแอก็กลับมาแข็งแรง
อีกครั้ง เมื่อทุกอย่างลงตัวความสุขของครอบครัว อาชญาทา ก็กลับคืนมา

 

 

        เช่นเดียวกับ นายอ่อน ปราบงูเหลือม อายุ 38 ปี หรือพี่กร ชายหนุ่มวัยทำงาน แต่ด้วย
ร่างกายที่ซูบผอม มือไม้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ลุกเดินแทบไม่ไหว จึงทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างเคย
ทั้งที่เป็นวัยที่สามารถจะทำประโยชน์ เก็บเงินสร้างครอบครัวในฝันได้ไม่ยากนัก แต่ทุกอย่างกลับ
ล้มเหลว เพราะต้นเหตุเจ้าเดิม คือ สุรานั่นเอง

        พี่กรติดสุราเพียงแค่คิดง่ายๆที่หวังต้องการเอาชนะคำสบประมาทของเพื่อนรุ่น ราวคราวเดียว
กันในงานเลี้ยงฉลองจบ ม.6 “มึงไม่กินเป็นตุ๊ดรึเปล่าว่ะ” เมื่อเหล้าเข้าปากด้วยความที่ไม่เคยดื่มมา
ก่อนก็เลยอาเจียนออกมา เพื่อนก็ไม่วายดูถูกว่าคออ่อน (คออ่อน ไม่ได้หมายความว่า ปัญญาอ่อน)

 

 

 

        เหตุการณ์นั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการดื่มสุราเรื่อยมา ซึ่งกลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพี่กร คิด
ง่ายๆ คิดแคบๆ ขอแค่ให้มีเงินซื้อเหล้ากินไปวันๆ ครั้นเมื่อจบ ม.6 การสมัครสอบตามสถานศึกษา
ต่างๆไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนที่วันๆเอาแต่ร่ำ เมรัย

        เมื่อสอบไม่ติดจึงได้ผันชีวิตตัวเองไปเป็นช่างซ่อมบำรุง สภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ช่าง
เอื้ออำนวย ทุกค่ำคืนหลังเลิกงานเป็นต้องตั้งวงดื่มสุรากันอย่างสนุกสนานเฮฮา ปาร์ตี้ แฮปปี้กัน
ถ้วนหน้า พอเหล้าเข้าปากเมาได้ที่ก็ทะเลาะกันเองบ้าง จนถึงขั้นลงมือทำร้ายกันด้วยกำลัง

 

 

        จนกระทั่งพี่กรเริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย แต่แทนที่จะเลือกการหยุดดื่มสุรา กลับหันมาดื่มคนเดียวที่
ห้องพัก เมื่อมีชีวิตครอบครัว จนกระทั่งมีลูก การดำเนินชีวิตก็ยังคงเหมือนเดิมเช่นที่ผ่านมา
หลังจากทำงานช่างได้สักพักก็ผันตัวเองมาเป็นพนักงานส่งสินค้า

        จากที่เคยดื่มเหล้าเฉพาะหลังเลิกงาน ก็กลายเป็นจิบสุราตลอดทั้งวัน กลายเป็นคนติดเหล้า
อย่างหนักถึงกับต้องพกติดกระเป๋าตลอดเวลา วันไหนไม่ได้จิบมือไม้จะสั่นทำงานไม่ได้ การส่ง
สินค้าเป็นธรรมดาที่ต้องมีการติดต่อพูดคุยกับลูกค้า แต่ลูกค้าส่ายหน้า เมื่อเห็นสภาพของพี่กรบวก
กับกลิ่นสุราขาวลอยมาจากปาก ลูกค้าบางรายถึงขนาดโทรไปบอกกับเถ้าแก่เจ้าของร้านถึง
พฤติกรรมของพี่กร จนถูกเถ้าแก่ตำหนิ แต่ก็ยังคงให้โอกาสในการทำงานกับทางร้านต่อไป

 

 

 

 

        แต่ทว่า.......

        อาการติดสุราของพี่กรอยู่ในขั้นที่เรียกว่ารุนแรงมาก จึงต้องพักงาน เพราะสุขภาพไม่
เอื้ออำนวย ทำให้พี่กรเริ่มคิดได้และตัดสินใจเลิกเหล้า แต่ขณะที่ภรรยาของเขายังต้องทำงาน ลูก
ต้องไปโรงเรียน จึงทำให้ภรรยาต้องตัดสินใจฝากพี่กรไว้กับป้าออ แม่บังเกิดเกล้าของพี่กร

 

 

        ระหว่างที่พักรักษาตัวอยู่กับแม่ คิดแล้วเศร้าใจ แทนที่ลูกที่อยู่ในวัยทำงานจะได้ส่งเสียเลี้ยง
ดูผู้ให้กำเนิด แต่กลายเป็นว่าผู้ให้กำเนิดต้องมาดูแล เช็ดเนื้อเช็ดตัว หุงหาข้าวปลาอาหาร อาบน้ำ
ทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ เนื่องจากอาการขี้หลงขี้ลืม

        บางครั้งถึงขั้นประสาทหลอนมองเห็นคนจ้องจะทำร้าย วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ภาระการดูแล
ทุกอย่างจึงตกอยู่กับผู้เป็นแม่ การเลิกสุราของพี่กรคงไม่ใช่เรื่องง่ายหากสภาพจิตใจไม่เข้มแข็ง
พอ คงมีเพียงตัวเองเท่านั้นที่สามารถนำพาตัวเองหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์นี้ได้ หากคิดและสัญญา
กับตัวเองว่าอยากจะเลิกเหล้า ขอให้จงตระหนักไว้เสมอว่า......

 

         “เรามีค่าเกินกว่าจะรับคำโกหกของตัวเราเอง”

 

 

        ปัจจุบัน พี่กรมีอาการดีขึ้นมาก ร่างกายแข็งแรงขึ้น เพราะเขาได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดี
จากแม่ พี่กรบอกกับเราว่า เมื่อหายดีแล้ว ก็อยากกลับไปทำงานที่ร้านเก่า หวังว่าเถ้าแก่คงให้
โอกาสพี่กรอีกสักครั้ง

 

 

        ตัวอย่างสุดท้ายเราคงไม่ได้สัมภาษณ์ผู้ติดสุราท่านนี้ด้วยตนเอง เพราะวันนี้เขาได้จากเราไป
แล้ว พ่อของฉันเอง นายสาธิต ลิมป์คุ้มธรณี ท่านเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด ด้วยวัยเพียง 48 ปี
ซึ่งถือเป็นการใช้ชีวิตพ่อ – ลูก 18 ปีที่แสนสั้น

        ช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นแสนมีค่า ลูกทุกคนเพียงหวังว่าพ่อจะถนอมเนื้อถนอมตัวเพื่อให้อยู่กับ
ลูกไปอีกนานแสน นานเพียงเท่านี้  ทรัพย์สิน เงินทอง หรือมรดกที่มอบให้คงไม่มีค่าใดๆเลย

 

 

        เราแค่หวังว่าท่านผู้ที่ติดสุราไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม จงตระหนักให้มาก คนดื่มเหล้า
สามารถกลบ “ความทุกข์” ชั่วคราว เมื่อสร่างความทุกข์ก็ยังคงรอเราอยู่ มันเหมือนอยู่ใกล้หลุมดำ
พร้อมที่จะถูกดูดหายไปอย่างง่ายดาย

        เราคงมิอาจสรรหาคำใดมาเชิญชวนให้ผู้ที่ติดสุราให้ลด ละ และเลิกได้ เพราะประโยชน์ที่ได้
นั้นมันตกกับตัวท่านเอง ไม่ใช่เรา เราแค่ขอว่า “งดเหล้าเข้าพรรษา” ขอให้ท่านเปลี่ยนมาเป็น
“งดเหล้าวันปีใหม่ ถึง วันสิ้นปี” เราคงขอไม่มากไปใช่ไหมค่ะ

 

        บางที “ตัวกู” ไม่เคยเป็น “ของกู” แต่กลับเป็นทาสสุราอยู่ร่ำไป

 

                                                                                     สรัญญา  ลิมป์คุ้มธรณี

 

ตีพิมพ์ในคอลัมน์ "รายงานพิเศษ เลิกเหล้า... เลิกจน....

เริ่มต้น(ปี)ใหม่ชีวิตที่เลือกได้ของมนุษย์สุรา"

จากหนังสือพิมพ์โคราชรายวัน ฉบับวันที่  23 - 25  ธันวาคม  2551 หน้า  8 
---------------------------------------------------------------------------

Comment

Comment:

Tweet

สุราเป็นโทษต่อชีวิต

#6 By สวย (125.27.118.66) on 2009-12-22 14:51

สุราเป็นโทษต่อชีวิต

#5 By สวย (125.27.118.66) on 2009-12-22 14:51

ขอบคุณมากๆๆครับ.....ผมจะเลิกเหล้าแล้ว

#4 By yos.... (118.172.187.241) on 2009-05-15 02:07

Hot!

#3 By fayfena on 2008-12-18 19:16

^^Hot! Hot!

#2 By Na~mo on 2008-12-18 11:23

เลิกสุรา ชีวิตดีขึ้นอีกเยอะค่ะ ไม่ซิต้องบอกว่ามากที่สุดเลยค่ะbig smile

#1 By PiNN on 2008-12-17 21:57