.

        กระแสทุนนิยมที่หลายฝ่ายช่วยกันเร่งเร้า ทำให้เราหนีจากรากเหง้าแห่ง “เศรษฐกิจ
พอเพียง” และชีวิตสันโดษ ไปสู่อ้อมกอดของอุปสงค์อุปทานปลอมๆ

         “อยู่แบบพอเพียง พอมี พอกิน” มีสักกี่คนที่ทราบความหมายอย่างลึกซึ้งและแท้จริง จน
ถึงขั้นที่สามารถปฏิบัติได้จริง หนึ่งในนั้น คือ นายสุนทร สุวรรณปักษ์ ด้วยอายุที่เกินกว่าจะรับ
ราชการต่อ แต่ด้วยความตั้งใจและความมุ่งมั่นที่อยากจะเห็นชุมชนบ้านเกิดของตนเป็น สุขอย่าง
แท้จริง ท่านจึงได้รับเลือกกลับมาเป็นผู้ใหญ่บ้าน ประจำหมู่บ้านบึงประเสริฐ หมู่ที่ 8 ตำบล
พลกรัง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา อีกครั้ง แต่เป็นสมัยที่เท่าไรตัวท่านเองก็จำไม่ได้
เหมือนกัน ซึ่งชุมชนนี้มีประชากรประมาณ 240 คน หรือประมาณ 50 หลังคาเรือน

 

.

        นโยบายหลักของการบริหารชุมชนของคุณลุงสุนทรนั้น เพื่อต้องการสนองพระราชดำริ
เศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งสามารถทำได้จริง และเห็นผลมาแล้ว โดย
ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลพลกรัง และสนง.เกษตรอำเภอเมืองนครราชสีมา
โดยหลักใหญ่ใจความนั้นคุณลุงสุนทรบอกว่าต้องการเพียงแค่ลดค่าใช้จ่ายในครัว เรือนและไม่เป็น
หนี้เป็นสินใคร เมื่อเข้าใจก็เกิดสันโดษ พอเพียง ชีวิตก็เรียบง่าย

        โดยหมู่บ้านบึงประเสริฐนี้ได้มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ของหมู่บ้านขึ้น มีเงินสะสมไว้สำหรับ
สมาชิกจำนวน 1,500,000 บาท ที่เกิดจากเงินออมของชาวบ้าน ที่มีการกำหนดให้ฝากเงินได้สูงสุด
ไม่เกิน 100 บาท / คน / เดือน แต่ที่ได้มากขนาดนี้ก็เป็นเพราะได้สะสมมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2525
นั่นเอง นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นซึ่งถือเป็นการวางรากฐานสร้างความมั่นคงให้กับหมู่ บ้านได้เป็นอย่างดี

 

.

.

        มองไปเบื้องหน้า บ้านพักของคุณลุงสุนทรช่างร่มรื่นและน่าอยู่ จากที่เราได้เดินเยี่ยมชม
รอบๆบริเวณบ้านของคุณลุงสุนทรแล้วต้องบอกว่าทุก สิ่งทุกอย่างที่คุณลุงได้ทำนั้นล้วนแต่นำมาใช้
ประโยชน์และช่วยลดค่าใช้จ่าย ได้ทั้งสิ้น โดยเริ่มจากโครงการที่ได้รับความสนใจอย่างมากจาก
กลุ่มคนภายนอกทั้งจากต่าง อำเภอไปจนถึงต่างจังหวัดที่ให้ความสนใจเข้ามาศึกษาดูงาน
โครงการที่ว่าก็คือ “โครงการก๊าซชีวภาพที่ผลิตจากมูลสัตว์” เพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทน
ในครัวเรือน ซึ่งถือเป็นชุมชนต้นแบบเลยทีเดียว

.

.

        ก๊าซชีวภาพ หรือ ไบโอก๊าซ คือก๊าซที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือก๊าซที่เกิดจากการหมักของ
มูลสัตว์ หรือสารอินทรีต่างๆถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ ในสภาพที่ไม่มีออกซิเจน ประโยชน์จาก
ก๊าซชีวภาพนั้นหลักๆก็คือ

        1. ด้านพลังงาน เช่น ใช้หุงต้มอาหาร , จุดตะเกียงให้แสงสว่าง , ใช้กกลูกสัตว์ , เครื่องทำ
น้ำอุ่น , เตาอบผลผลิตทางการเกษตร

        2. ด้านการป้องกันและการรักษาสิ่งแวดล้อม การนำมูลสัตว์ไปหมักจะถูกย่อยสลายทำให้
กลิ่นและไข่แมลงต่างๆที่มีอยู่ในมูล สัตว์ถูกทำลาย ทำให้ลดมลภาวะการระบาดของแมลงและ
กลิ่นได้

        3. ให้ปุ๋ยอินทรีย์ในการฟื้นฟูสภาพดิน กากจากบ่อล้นมีธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์กับพืชและ
ที่อยู่ในรูปที่พืชสามารถ นำไปใช้ได้ทันที อีกทั้งกากบ่อล้นยังทำให้โครงสร้างดินเกาะตัวกันได้ดี
ขึ้น มีผลทำให้อินทรีย์อินทรียวัตถุคงสภาพในดินได้นาน ซึ่งดีกว่าการใช้อินทรีวัตถุในรูปอื่นๆ

        4. ลดปริมาณโรคพืชและการระบาดของวัชพืช การหมักสภาพแบบไร้อากาศ ทำให้ปริมาณ
ของเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของโรคพืชบางชนิดลดลงได้ และช่วยทำลายความงอกงามของเมล็ด
วัชพืช เมื่อนำมูลสัตว์ที่ได้จากการหมักไปใช้แล้วไม่ก่อให้เกิดการระบาดของวัชพืช

        5. เป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์ โดยนำส่วนที่เหลือจากการหมักนำไปตากแห้ง แล้วนำไป
เป็นอาหารโค และสุกรได้ แต่มีข้อจำกัดคือ ควรใส่อยู่ระหว่าง 5-10 ก.ก. ต่อส่วนผสมทั้งหมด 100
ก.ก. จะทำให้สัตว์เจริญเติบโตตามปกติ

 

.

        นอกจากประโยชน์มากมายที่ได้จากก๊าซชีวภาพที่เราผลิตขึ้นเองแล้ว ค่าใช้จ่ายหรือต้นทุน
การผลิตบ่อก๊าซชีวภาพนั้นก็อยู่ที่ประมาณ 6,345 บาท ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนระยะยาวที่ให้ผล
คุ้มค่าจริงๆ ซึ่งท่านที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโดยคลิกไปที่เว็ปไซต์
WWW.PHOLKRANG.COM หรือที่สำนักงานพลังงานจังหวัดนครราชสีมา

.

.

        นอกจากบ่อก๊าซชีวภาพแล้วพื้นที่รอบๆบ้านของคุณลุงสุนทรก็ยังแบ่งสรรปันส่วน ต่างๆได้
อย่างลงตัว ด้านหลังบ้านมีการเลี้ยงปลาในบ่อพลาสติก ซึ่งในบ่อขนาด 2*4 ม. ลึก 60 ซม. นั้นมี
ปลาดุกอยู่ประมาณ 200 ตัว โดยคุณลุงได้ถือโอกาสที่เราเยี่ยมชมนี้ใช้สวิงช้อนปลาโชว์ให้เราเห็น
ซะเลย ว่าปลาดุกที่คุณลุงเลี้ยงมันตัวโตขนาดไหน พอเห็นแล้วเมนูปลาทั้งหลายก็ผุดขึ้นมาในหัว
ทันที คุณลุงสุนทรยังได้บอกถึงข้อดีของการเลี้ยงปลาในบ่อพลาสติกว่าจะสามารถขังน้ำ ได้ดี
ทำให้น้ำขุ่นดีกว่าเลี้ยงแบบขุดบ่อธรรมดา ที่สำคัญต้องนำดินมาไว้ที่ก้นบ่อด้วย เพราะไม่อย่างนั้น
แล้วปลาจะโตช้า หลังจากนั้นเราก็เดินผ่านต้นกล้วยที่คุณลุงปลูกไว้รอบๆบ้านสัก 5 เมตร ก็จะเห็น
คอกหมูเล็กๆ ในคอกหมูมีหมูอยู่ 2 ตัว ตัวหนึ่งตัวเล็กอีกตัวหนึ่งตัวใหญ่ แต่คุณลุงบอกว่ามันเกิด
พร้อมกัน ตัวเล็กนั่นคือหมูหลอด (หมูหลอดนั้นไม่ใช่ชื่อพันธุ์แต่อย่างไร แต่มันคือชื่อทีใช้เรียกหมู
ที่ไม่โตนั่นเอง) ส่วนแม่หมูนั้นคุณลุงได้แยกไว้อีกคอกหนึ่งไม่ไกลกันนัก

.

.

        ตัดภาพมาที่ฝั่งตรงกันข้าม ก็จะเห็นวัวนมทำตาบ๊องแบ๊วยืนเรียงรายอยู่ในคอกซึ่งน้ำมนวัวที่
ได้นั้นก็ เพียงพอที่จะเป็นค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว มองไปทางไหนของบริเวณบ้านก็มีแต่ความ
สดชื่น ชุ่มชื่น เป็นสุขและไม่เงียบเหงา มีทั้งเสียงไก่ขันนำ วัวร้องตาม หมูก็ขานรับ รอบๆก็มีทั้ง
ผลไม้ พืชผักสวนครัว ทำให้รู้สึกได้ว่าเมื่อท้องอิ่ม เราต้องการอะไรจากโลกน้อยลง

.

.

        ก่อนเดินทางกลับคุณลุงสุนทรยังได้ทิ้งท้ายฝากเป็นข้อคิดไว้ว่า.......

         “การพึ่งพานายทุน กู้หนี้ยืมสิน ลุงไม่สนับสนุน เขาไม่ได้ให้ใช้ฟรี ก็เหมือนเราเป็น
ทาสเขา ถ้าเป็นโรคอยากรวย จะพาจน มีอะไรก็แบ่งกันกิน แบ่งกันใช้ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
อยู่แบบพออยู่พอกิน แล้วอดีตเก่าๆจะหวนกลับมาอย่างแน่นอน”

 

 

                                                                                     สรัญญา  ลิมป์คุ้มธรณี

 

ตีพิมพ์ในคอลัมน์ "รายงานพิเศษ ตามรอยพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง 

ของผู้นำตัวจริง...สุนทร สุวรรณปักษ์"

จากหนังสือพิมพ์โคราชรายวัน ฉบับวันที่  12 - 15  ธันวาคม  2551 หน้า  8 
--------------------------------------------------------------------------------

Comment

Comment:

Tweet

#7 By สุภาวดี (103.7.57.18|182.93.203.42) on 2012-11-29 15:07

sad smile angry smile question

#6 By เมย์ (180.183.70.32) on 2011-12-04 10:28

พะกดเพเกเ
ฟดหกดำหกดหพ
กเกพเดกเพเกด
ดกเกพเกเกพเ

#5 By ไพไพไพไพไพไ (182.93.210.62) on 2010-11-02 11:17

พระองค์ทรงเป็นพ่อหลวงในดวงใจ

#4 By วัชรพงศ์ (118.173.220.160) on 2010-10-11 21:28

#3 By (112.143.10.70) on 2009-08-16 14:35

ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนทั้งชาติ
พระองค์ทรงเป็นพระมหาบพิตรที่สถิตในดวงใจของปวงประชา

#2 By กกล.สุรศักดิ์มนตรี (125.26.162.169) on 2008-12-19 13:50

กลับไปดมกลิ่นดินที่บ้าน5 5หมู่บ้านนักเขียน

#1 By ๗๔๗ (124.121.186.152) on 2008-12-13 05:08