คุณผู้อ่านเคยคิดบ้างไหมว่า..........

        “ทำไมคนผู้หนึ่งถึงได้เกิดมาทำเพื่อคนอื่น...... และมีความสุขที่ได้เห็นบุคคลที่
ตนเองส่งเสียให้เรียน จนประสบความสำเร็จทั้งในหน้าที่การงานและชีวิตส่วนตัว......
ซึ่งเขารู้สึกภาคภูมิใจในสิ่งที่ทำ มีน้อยคนนักที่จะทำเพื่อผู้อื่นเช่นนี้”

        ฉันเองก็ตั้งคำถามอยู่ภายในใจ ระหว่างที่ไปร่วมงานฌาปนกิจศพพี่เค - อารีย์ ปลั่งประเสริฐ
ซึ่งฉันคุ้นเคยมาแต่เก่าก่อน เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมานี่เอง

 

 

        “หมดเวร หมดกรรมแล้ว...... ไอ้เคเอ๋ย....... เกิดมากับเขาชาติหนึ่ง ก็มีแต่ทำเพื่อคนอื่น
ทั้งๆที่ตัวเองก็พิการ”

        น้าเทียบ ปลั่งกลาง เจ้าภาพสวดศพคืนวันนั้น ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ฉัน เอ่ยกับฉันด้วยสีหน้าและ
แววตาเศ้าสร้อย

 

 

        สำหรับพี่เค เป็นลูกชายคนโตของลุงเที่ยงกับป้าเกิด ปลั่งประเสริฐ ลุงเที่ยงรับราชการครูส่วน
ป้าเกิดเป็นแม่บ้าน ซึ่งทั้งสองมีบุตรอยู่เจ็ดคน เงินเดือนของลุงเที่ยงก็ไม่มากนัก จึงไม่พอใช้จ่าย
ภายในครอบครัว

        ร่างกายพี่เคขาพิการข้างหนึ่ง และแขนอีกข้างหนึ่งลีบเล็ก การเดินเหินจึงไม่เป็นดังเช่นคน
ปกตินัก เนื่องจากฐานะทางการของครอบครัวไม่สู้ดีนัก พี่เคจึงต้องทำนา เลี้ยงโคและกระบือ หา
เงินมาส่งเสียน้องอีกหกคนได้เรียนหนังสือ ถึงแม้ว่าตนเองจะมีร่างกายที่พิการก็ตาม

 

        พันตำรวจโทบุรินทร์ ปลั่งประเสริฐ สารวัตรสืบสวน สภ.อ.นาจะหลวย กับน้องของพี่เคอีก
สามคนก็รับราชการ พวกเขาเป็นน้องที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ยังความภาคภูมิใจแก่
พี่เคยิ่งนัก

       เมื่อครั้งที่ฉันยังเป็นเด็ก ก็เคยไปที่บ้านลุงเที่ยงเช่นกัน ฉันและลูกคนอื่นๆของลุงเที่ยงนั่ง
คุยกัน

ตกเย็น.....

        พี่เคกลับมาจากทำนา พร้อมกับต้อนวัวจำนวนหนึ่งกลับมาด้วย เขาหันมายิ้มให้กับพวกฉัน
เป็นรอยยิ้มพิมพ์ใจอันแสนบริสุทธิ์ ซึ่งอยู่ในความทรงจำเสมอมา

        ฉันมักจะเก็บมาคิดอยู่เสมอว่าพี่เคไม่เคยนึกน้อยใจเลยหรือไร ที่ตนเองเกิดมาพิการ

แต่ทว่า....

        พี่เคก็แสดงให้ทุกคนเห็นว่าเป็นผู้เข้มแข็งอดทน และรักน้องๆทุกคน พี่เคยิ้มด้วยความปิติ
เสมอ เมื่อเห็นน้องมีหน้าที่การงานที่ดีและมั่นคง

       แม้นว่าน้องๆจะกลับมาที่บ้าน พี่เคยังห่วงหาอาทร ด้วยการนำข้าวสารไปใส่ถุงไว้ให้พร้อมกับ
สำทับว่า.........

       “ เอาข้าวนี่ไปด้วยนะ จะได้ไม่ต้องไปซื้อของเขา”

       พี่เคบอกเช่นนั้นทั้งๆที่น้องๆทำงานและมีเงินเดือน แล้วก็ตาม พี่เคก็ยังรักและห่วงน้องเสมอ
ไม่เคยทำสิ่งใดที่มีผลประโยชน์ให้ตัวเอง มีแต่ทำเพื่อผู้อื่นตลอด ถึงแม้ว่าน้องจะเรียนจบแล้ว
ก็ตาม

       บางครั้งพี่เคยังเดินทางไปช่วยน้องสาวทำไร่ อีกทั้งยังช่วยเหลือส่งหลานเรียนจนมีหน้าที่
การงานที่มั่นคง

       ลูกชายและลูกสาวทั้งสองคนของพี่เค เขาก็ยังเลี้ยงตามลำพังจนเติบใหญ่ ในชีวิตของพี่เคจะ
ทำงานตลอด

 

จนกระทั่ง.....

       พี่เคล้มป่วยอย่างหนัก น้องๆทุกคนมาดูแลด้วยความเป็นห่วง พี่บุรินทร์จึงต้องขับรถไป-มา
ระหว่างอุบลและโคราชตลอด

วันหนึ่ง........

        ฉันไปเยี่ยมพี่เค ณ โรงพยาบาลประจำอำเภอ แต่น้องๆของพี่เคก็พาพี่เคมายังอำเภอเมือง
ฉันจึงจึงได้ต่อสายโทรไปคุยกับอาจารย์ปราณีต ซึ่งเป็นน้องสาวคนหนึ่งของพี่เค

        “พี่เคคงจะอยู่กับเราได้อีกไม่นานแล้วล่ะ....... บูรณ์เอ๋ย”

        เสียงสะอื้นสั่นเครือของปราณีตดังมาตามสาย พร้อมบอกกับฉันต่ออีกว่า......

        “ไม่รู้ว่าหมอเขาจะเจาะปอดให้หรือเปล่า??? พี่เคเขาทรมานมาก นอนน้ำตาไหลตลอด แล้ว
บอกว่าไม่อยากอยู่.........”

 

        เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉันจึงเสนอแนะไปว่า........

        “อย่าให้หมอเจาะพี่เคเลย คงไม่มีประโยชน์หรอกปราณีต มันมีแต่จะทำให้พี่เคเจ็บปวดไป
เปล่าๆ ให้พี่เคเขาจากเราไปอย่างสงบดีกว่า..........”

และแล้ว.......

        พี่เคก็จากพวกเราทุกคนไปอย่างสงบ เหลือไว้เพียงความทรงจำที่ดี ของชายร่างกายพิการ
ผู้หนึ่ง

 

แต่ทว่า.....

        หัวใจและน้ำจิตน้ำใจของเขากลับไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ ที่ประดังประเดเข้ามาตลอด
ชีวิต แต่พี่เคก็ยังทำประโยชน์ต่อคนรอบข้าง จนกระทั่งจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

         ภายในงานศพ พี่บุรินทร์กล่าวถึงพี่ชายด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก สีหน้าเศร้าหมอง และ
ดวงตาแดงก่ำ ขณะที่บรรดาญาติพี่น้องที่มาร่วมงานต่างพากันซับน้ำตา

        ทุกชีวิตบนโลกหล้า มีเกิดก็ย่อมมีดับ ใดๆในโลกล้วนอนิจจัง สิ่งที่คนเราจะจดจำได้ คือ
ประโยชน์ หน้าที่ และความดีที่บุคคลผู้วายชนม์กระทำบนโลก เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่

        ดังนั้น ผู้ใดที่ท้อแท้ สิ้นหวัง จงมีกำลังใจต่อสู้กับชีวิต โดยดูตัวอย่างจากพี่เค แม้น
ร่างกายดับสูญตามกฎแห่งธรรมชาติ แต่ความดีของเขาก็จะอยู่ภายในใจตราบนาน
เท่านาน

 


                                                                                                           สมบูรณ์
                                                                                                           --------

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet


ที่ผ่านมาเพื่อพี่น้อง สำหรับตัวเองไม่เคยต้องการแม้ความเข้าใจ

#1 By (222.123.206.32) on 2008-10-27 23:59

ขอไว้อาลัยคนดีๆ ของสังคมคนหนึ่งดว้ยค่ะ

#2 By nudee on 2008-10-28 10:19

เช่นกันครับ

ขอแสดงความเสียใจ ที่เราสูญเสียคนดีๆ อีกหนึ่งท่าน

มา ณ ที่นี้ด้วย

#3 By Juninyá on 2008-10-28 19:24

ขอเป็นน้องสาวพี่ ทุกๆชาติไป

จาก...

อาจารย์ปราณีต จันทร์พิลา

#4 By ปราณีต (61.19.66.218) on 2008-10-29 20:49