เรื่องเล่าจากน้องสาว : อัศจรรย์สวรรค์โลกล้านปี
posted on 07 Oct 2008 22:02 by autis-mann in Speciel
เมื่อครั้งที่ฉันยังเป็นเด็กนั่งอยู่หน้า โทรทัศน์ด้วยใจเต้นระทึก จากไดโนเสาร์ ตัวใหญ่
ที่กำลังวิ่งไล่ล่ามนุษย์ ฉันคงไม่ต่างจากเด็กสมัยนี้ที่สงสัยกันว่า เจ้าตัวยักษ์พวกนี้มีตัวตน
อยู่จริงหรือ แล้วคนทำหนังเค้ารู้จักหน้าตาของพวกมันได้อย่างไร ถึงจะเป็นอย่างนั้น
ก็ตาม ฉันก็ไม่วายแอบตื่นกลัวในจินตนาการว่ามันยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาความคิดนั้นแวบเข้ามาในหัวฉันอีกครั้ง ณ ที่แห่งนี้มิใช่ป่าเขา แต่มี
ไดโนเสาร์ตั้งกลางกรุง ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา ฉันรู้ได้ทันทีว่าที่นี่จัดนิทรรศการ อัศจรรย์
สวรรค์โลกล้านปี (มีป้ายบอกกันเห็นๆ) ซึ่งมีไดโนเสาร์ขนาดยักษ์ และสัตว์ที่สืบสายพันธุ์มาจาก
สัตว์ดึกดำบรรพ์อย่างช้าง และนกคาสโนวารี่ สัตว์หายากที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนถิ่นที่อยู่
อาศัยจากภาวะโลกร้อน
ฉันเดินเข้าไปด้วยความกระหายใคร่รู้ไม่น้อยไปกว่าเด็กที่ยืนเขย่งเท้าด้าน ข้าง วันนี้เด็ก
หลายคนดูผ่อนคลายพร้อมที่จะรับความรู้ใหม่ๆอย่างเต็มที่ เด็กบางคนเผลอตัวคิดว่าตัวเองเป็น
นักโบราณคดีด้วยกิจกรรมที่ทำให้เด็กหลวม ตัวอย่างง่ายดายไปกับชุดนักขุดค้นซากไดโนเสาร์
และเครื่องมือสำหรับขุดค้นครบมือ รอบบ่อขุดไดโนเสาร์จำลองนักสำรวจน้อยตั้งหน้าตั้งตาทำ
หน้าที่เรียนรู้อย่าง ไม่ลดละ
เมื่อพี่เลี้ยงประกาศหมดเวลาก็ยังไม่ละมือจากการค้นหาจนวินาทีสุดท้าย รอบๆมีโครงกระดูก
ไดโนเสาร์จำลอง : อิสานไดโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชิ สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส ทั้งหมดนี้ล้วน
เป็นการค้นพบซากดึกดำบรรพ์จากในประเทศไทย ด้วยปริมาณเด็กที่มากมายจึงไม่ยากที่จะ
คาดเดาว่าที่ไหนมีสิ่งน่าสนใจอยู่ตรง จุดไหน เพราะกลุ่มเด็กเป็นป้ายบอกทางได้อย่างดี
มาครานี้เป็นกลุ่มเด็กรักษ์ทะเล เด็กกลุ่มนี้สามารถจ้องตากับปลาดาวทะเลสีฟ้า ปลา
กระการ์ตูนบนอานม้า ปลาฉลามกบ และกุ้งมดแดงในระยะกระชั้นชิด ขอบรั้วนั้นมีข้ออธิบายอ่าน
ง่ายๆว่า......
“สัตว์ทะเลที่นำมาจัดแสดงนี้เพื่อเป็นประโยชน์ทางการศึกษา มิได้มุ่งสนับสนุน
การจับสัตว์ทะเลจากธรรมชาติมาเลี้ยง”
ข้อความข้างต้นปลูกฝังเด็กให้ดูเพื่อเรียนรู้ไม่ใช่นำมาเลี้ยงดูเพื่อความ สวยงาม และในระยะ
ใกล้กันเป็น สื่อวิดิโอเรียนรู้เกี่ยวกับไดโนเสาร์พันธุ์ต่างๆ พร้อมกับคำอธิบายที่ไม่ซับซ้อน โดย
สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มได้ในพิพิธภัณฑ์สิรินธร
เด็กยืนดูวีดีโอก็มิอาจอยู่ได้นานนัก เพราะป่าทึบข้างๆ มันดึงดูดเจ้าหนูให้วิ่งเข้าไปค้นหา
คำตอบ ด้วยเส้นทางที่ล้อมรอบด้วยพืชพรรณไม้ในบรรยากาศป่าชายเลน พร้อมแสงระยิบจากถ้ำ
หิ่งห้อย โดยสิ่งดึงดูด คือ สวนน้ำตกจำลอง ล้อมรอบด้วยสัตว์นานาชนิดที่อยู่ติดชิดขอบรอบทาง
เช่น เต่ายักษ์ ปลาดุกยักษ์ พวกเราเดินตามรอยเท้าไดโนเสาร์ ซึ่งเดินนำทางเราอีกที่หนึ่ง รอยเท้า
นำทางเรามายังผืนทะเลทราย แน่นอนเราพบกับกบยักษ์อาร์เจนติน่า และสัตว์เลื้อยคลานในทะเล
ทราย
ขณะที่ฉันยังไม่ทันได้พินิจกระบองเพชรรูปร่างแปลก ก็มีเสียงเรียกครึกครื้นดึงฉันให้รี่ไปชม
เสียงปรบมือของกลุ่มคนที่ยืนห้อมล้อมชื่นชมความสามารถของช้างน้อยเล่นฮูล่า ฮุปในปากยัง
เคี้ยวกล้วยกรุบๆอยู่เลย จริงๆแล้วบรรยากาศภายนอกมีอะไรน่าสนใจมากมาย ทั้งสัตว์เล็ก สัตว์
ใหญ่ สัตว์หายาก อาทิ ตะโขง ชะนีแก้มขาว นกฟลามิงโก้ งูหลามทอง (หน้าคล้ายดารา มีเวลา
ถ่ายรูปคู่)
แต่สิ่งที่ฉันชอบที่สุดคือต้นไม้ มีต้นไม้หายากและเห็นต้นที่เห็นอยู่ทั่วไป ความน่าสนใจ คือ
พื้นที่วงกว้างล้อมรอบไปด้วยเมืองที่วุ่นวายและเต็มไปด้วยมลพิษ แต่ฉันยืนอยู่ข้างๆแมกไม้ ไม่น่า
เชื่อว่าฉันก็สามารถยืนดูความวุ่นวายอย่างร่มเย็น ฉันยังไม่รู้สึกเย็นใจนัก เพียงแค่เปลี่ยน
สถานการณ์จาก คนเมืองมองภาพถ่ายธรรมชาติ มาเป็น คนที่ยืนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติมองมายัง
เมืองอันแสนสับสนวุ่นวายเท่านั้นเอง
นอกจากเรื่องสนุกที่พาเพลินโครงการนี้ยังแฝงสาระและแง่คิด สัตว์ที่นำมาส่วนใหญ่เป็นสัตว์
ใกล้สูญพันธุ์ ด้วยสาเหตุใหญ่คือ ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนไปอย่าง
รวดเร็ว สัตว์เหล่านี้อาจสูญพันธุ์ไปเหมือนกับการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ ขณะที่สิ่งมีชีวิตที่ดำรง ณ
เวลาปัจจุบันกำลังเผชิญอยู่ และยังจะส่งผลกระทบต่อระบบวิวัฒนาการต่างๆ
“หรือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคดึกดำบรรพ์นั้น กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง”
หรืออาจจะเป็นเหมือนคำถามในตอนเด็กที่ถามว่า ไดโนเสาร์มีจริงหรือ? กลายเป็นถามว่า
สิ่งที่เรียกว่ามนุษย์นั้นเคยมีอยู่จริงหรือ?
ลอง มาดูดซับธรรมชาติและตามหาสัตว์ในตำนานเองได้ในนิทรรศการ FLORA &
FAUNA EXOTICA THE LOST WORLD 2008 ณ. Emporium Parc ตั้งแต่วันที่ 2-12
ตุลาคม 2551 ซึ่งทั้งห้างร่วมจัดนิทรรศการไปพร้อมกัน สามารถค้นคว้าหาความรู้เพิ่ม
เติมจากร้านหนังสือ และสื่อการเรียนรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้สบายๆ จากนิทรรศการนี้
จ๋วง
----
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ "รายงานพิเศษอัศจรรย์สวรรค์โลกล้านปี ตื่นเต้นระทึกใจ
ในเมืองหลวง" จากหนังสือพิมพ์โคราชรายวัน ฉบับวันที่ 10 - 13 ตุลาคม 2551 หน้า 8
--------------------------------------------------------------------------------------------

#1 By Dhammasarokikku on 2008-10-08 08:41