ฆาตกรต่อเนื่องแห่งบ้านเกตนภา
posted on 02 Oct 2008 18:32 by autis-mann in 2B-Story
เวลา 05.00 น.
“ก๊อก ------------ ก๊อก -----”
“แอ๊ ------------------------ ด”
“ยะ........... ยะ.............. รืบตื่น.......... มาดูนี่เร็วๆ”
ความจริงผมรู้สึกตัวตั้งแต่เสียงเคาะประตูห้องแล้วล่ะ แต่ด้วยอารมณ์อยากนอนต่อเต็มแก่ ผมก็หลับต่อ แต่เมื่อแม่บังเกิดเกล้ามาเรียกผมเยี่ยงนี้ ผมจำใจฝืนลุกจากที่นอนด้วยความเซ็งเป็ด เดินงัวเงียไปยังที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงใต้อ่างล้างชาม ภาพที่ปรากฏแก่สายตาซึ่งยังปรือๆ กลับเป็นภาพของสัตว์ขนาดเล็กชนิดหนึ่ง ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งปีชวด ถูกชำแหละกองระเกะระกะไปหมด ทั้งหัวทั้งใส้กองอยู่คนละทิศละทาง
“ดูซิใครเป็นฆาตกร.......... แล้วจัดการให้เรียบร้อยด้วยนะ” แม่ออกคำสั่ง พร้อมกับสาวเท้าเดินเข้าห้องน้ำ
ผมได้แต่ยืนงัวเงีย งงเต๊กอยู่ชั่วครู่ และนั่งชันเข่ายองๆ เพื่อเรียกสติสัมปชัญญะกลับคืนมา สักพักผมก็เดินไปหยิบไม้กวาดกับที่ตักขยะ และจัดการกวาดเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย
พร้อมกับรำพึงอยู่ภายในใจว่า........
“ในบ้านเราก็มีกันอยู่สี่คน คุณกุ๊ด (น้องสาวคนเล็กของผม) ก็ไปเรียนอยู่ที่กรุงเทพฯ หญิงแมง (น้องสาวคนรอง) ก็ยังนอนคุดคู้ อุดอู้อยู่ในห้อง แม่ก็เข้าห้องน้ำ ทั้งสองคนนั้นไซร้ ไม่มีทางวิ่งไล่จับหนูทันเป็นแน่แท้ ส่วนตัวเรานั้นเล่า ก็มานั่งเซ่ออยู่ตรงนี้”
ส่วนเหล่าบรรดาสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน....... ก็มีอยู่เพียงสามตัว สุนัขเพศผู้พันธ์พุ๊ดเดิ้ล ซึ่งมักนอนอยู่นอกบ้านตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง คอยข่มขู่ กรรโชกสุนัขพันธุ์ทางแถวบ้าน ซึ่งมีรูปร่างสูงใหญ่ กำยำ ล่ำสันกว่ากันเยอะ แต่ช้าแต่...... มันจะคอยขู่ คอยเห่าอยู่แต่ภายในบริเวณบ้านที่ปิดประตูสนิทแล้วเท่านั้น หากย่างกรายออกนอกบ้านเมื่อใด แล้วดันไปจ๊ะเอ๋กับคู่กรณี เป็นได้หนีหางจุกตูดเข้าบ้านแทบไม่ทัน
และยังมี.......... อีกสองสาว............ ซึ่งเป็นตัวละครเอกของเรื่องนี้
“งาว.............. งาว.............. งาว..............”
“นั่น................. เอาแล้วไง พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา สองแมวสาว (แก่) ก็มาปรากฎตัวอยู่เบื้องหน้า และตกเป็นผู้ต้องสงสัยตัวเอ้เสียด้วย”
ตัวหนึ่งชื่อ นังแพนเค้ก แมวเพศเมียพันธุ์ผสมไทย - ญี่ปุ่น ดินแดง มีนิสัยรักสงบ แต่ถึงรบก็วิ่งเข้ามาในบ้านก่อนใครเพื่อน มักจะเดินด้วยท่าทีกรีดกราย เชื่องช้า และมีกิจวัตรประจำวันเพียงแค่ 4 อย่าง คือ เดิน นั่ง กิน และกิจกรรมที่ขาดไม่ได้คือ นอน
ส่วนอีกตัวหนึ่งชื่อ นังพิงค์กี้ แมวเพศเมีย พันธุ์ผสมไทย - เกาหลี กิมจิ มีอารมณ์ฉุนเฉียว จนต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หากใครเล่นกับมันแรงๆ มันก็จะงับเข้าให้ทันที โดยไม่ต้องยั้งคิด มักจะเดินด้วยทาทีนวยนาด เชื่องช้า และมีกิจวัตรประจำวันเฉกเช่นเดียวกับนังแพนเค้ก
“เฮ้ย!!!........... พวกเมิงไปคาบมาจากไหน ทำไมไม่เอาไปกัดที่อื่นฟระ???”
“งาว.............. งาว.............. งาว..............”
เป็นคำตอบสุดท้ายจากนังแพนเค้ก มันร้องด้วยสีหน้าและแววตาใสซื่อ แอ๊บแบ๊วสุดๆ เอาล่ะ....... ผมรู้ว่ามันร้องเพราะมันหิวจนเต็มแก่ ผมจึงอุ้มพวกมันไปใต้โซฟา แล้วเทอาหารเม็ดให้นังเหมียวสองตัวเป็นกิจวัตรประจำวันในยามเช้า (มืด) ของผม
เจ้าพวกเหมียวสองตัวก็พากันกินอาหารเม็ดอย่างสบายอุราเป็นที่สุด
ตกเย็น..........
ผมกลับมาจากที่ทำงานในอำเภอโนนสูงพร้อมกับแม่และน้องสาว เมื่อรถมาถึงหน้าประตูบ้าน ผมก็ต้องลงไปเปิดประตู แล้วเดินไปอุ้มสัตว์หน้าขนตัวหนึ่ง ออกจากที่จอดรถ
สัตว์หน้าขนตัวนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากหนึ่งในสองเหมียวของผมนั่นเอง
บางวันก็เป็นนังแพนเค้กมานอนขวางตรงที่จอดรถ บางอารมณ์ก็เป็นนังพิงค์กี้ ที่วิ่งพรวดมาจากหลังบ้าน แล้วมานอนเผละตรงที่จอดรถพอดิบพอดี
หากผมออกไปเรียนและกลับบ้านดึก เจ้าเหมียวสองตัวมานั่งคอยที่หน้าบ้าน บางคราวก็นอนหมอบอยู่บริเวณรั้วบ้าน
“งาว.............. งาว.............. งาว..............”
พวกมันพากันร้องระงม เมื่อเจ้าเหมียวสองตัวแลเห็นผมเดินมาจากปากซอยมาแต่ไกล
เย็นวันหนึ่ง...........
หลังจากที่แม่จอดรถ แล้วมาตรวจดูความเรียบร้อย สายตาของแม่พลันพบกับสิ่งหนึ่ง ซึ่งกองอยู่บนผ้าปูที่นอนของอิริก สุนัขตัวเดียวของบ้าน
“ยะ....... มาดูซิ แล้วมาจัดการให้เรียบร้อย” แม่ร้องสั่ง
ผมเดินมายังสถานที่เกิดเหตุ และพบกับเหยื่อฆาตกรรม ครานี้เป็นปักษาคีรี ส่วนหัวกับปีกกองอยู่คนละทาง ส่วนลำตัวล่องหนหายไปอย่างลึกลับ
คดีนี้นับว่าอุกอาจร้ายแรงอย่างยิ่ง ข้อสันนิษฐานของผมคือ เจ้าอิริก สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลไม่มีความเป็นไปได้ที่จะปีนต้นไม้ แล้วงาบนกลงมาเป็นภักษาหารอย่างแน่นอน (ลองนึกภาพตาม.......... ก็คงจะตลกน่าดู ถ้ามันปีนต้นไม้ได้อ่ะนะ)
ผู้ต้องสงสัยที่เหลือ ย่อมหนีไม่พ้นเจ้าเหมียวสองตัวอีกตามเคย
“งาว.............. งาว.............. งาว..............”
เสียงร้องจากนังแพนเค้ก นั่งอยู่บนหลังคารถ พร้อมกับแววตาใสซื่อ ขณะที่นังพิงค์กี้ก็นอนหมอบอยู่ตรงหน้ารถด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อนล้าเต็มที ราวกับมีกิจกรรมบางอย่างที่มันต้องทำทั้งวัน
จากข้อสันนิษฐาน คือ ฆาตกรก็คงเป็นหนึ่งในสองตัวนี้ หรืออาจจะเป็น เจ้าเหมียวสองตัวนี้ร่วมกันก่อเหตุฆาตกรรม แต่คดีนี้คงไม่มีผลตามกฎหมาย เพราะไม่ได้บัญญัติไว้ในมาตราไหนที่เกี่ยวกับแมว มันจึงลอยนวลมาจนถึงบัดเดี๋ยวนี้
เรื่องราวจึงเอวังด้วยประการฉะนี้
จูนินยะ
-------

ฆาตกรอาจเป็นแมวข้างบ้านหรือแมวจรจัด ก็ได้
#1 By nudee on 2008-10-03 10:38