ช่วงนี้ผมเว้นวรรคจากการเขียนบทความมาสักพักหนึ่ง

        เพราะเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (17 ส.ค. 51) ผมเพิ่งไปสอบปลัดอำเภอมาหมาดๆ ยังไม่ทันแห้ง แบบสอบเสร็จแทนที่จะรู้สึกโล่งเหมือนกับการสอบทุกครั้ง ศรีษะของผมกลับรู้สึกหนักอึ้ง ราวกับตะกั่วซะง้า~น เวลาผันผ่านไปสักหนึ่งวัน ภายในหัวที่อัดแน่นด้วยบางสิ่งบางอย่างค่อยผ่อนคลายลง ผมจึงมาอ่านหนังสือเตรียมสอบวิชาที่เรียน ป.โทตามปกติ ซึ่งผมพบสาระน่ารู้จากเนื้อหาที่เรียนมา จึงนำมาฝากชาว Exteen กันครับ

        ก่อนอื่นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกีฬาโอลิมปิก ที่กำลังแข่งขันกันในขณะนี้ ซึ่งผมขอย้อนกลับไปสู่ช่วงพิธีเปิด เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ.2008 เวลา 08.08.08 น.เป๊ะ ถ้าสังเกตุดูให้ดี ตัวเลขหลักจะเป็นเลข 8 ทั้งวันและเวลา ที่เป็นเช่นนี้เพราะในอารยธรรมจีนจะมีความเชื่อที่ปลูกฝังมานานเกี่ยวกับเลข 8 โดยเชื่อว่าคล้ายกับตุ๊กตาล้มลุก ที่ล้มไปแล้วสามารถตั้งขึ้นมาได้อีก หรือหากเขียนแบบแนวนอน ก็จะหมายถึงนิรันดรภาพ หรือ มหาอมตะนิรันดรกาล

        ต่อไปเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับต้นกำเนิดของมะกะโรนี เรื่องมันมีอยู่ว่า.... หลังจากมาร์โคโปโล (นักเดินทางชาวอิตาเลียน ผู้เดินทางไปจีนในสมัยกุบไลข่าน) กลับจากประเทศจีน เขาก็นำเส้นก๋วยเตี๋ยวมาด้วย และเอามาให้ชาวอิตาเลียนดู ทีนี้ชาวอิตาลีก็พากันงง เพราะไม่รู้จักมาก่อน และก็ถือวิสาสะตั้งชื่อให้กับก๋วยเตี๋ยวว่า "มะกะโรนี"

        เรื่องมันก็เป็นประการฉะนี้แล

        เพลง Johnny Can't Read หากยังจำกันได้ เป็นเพลงที่วงแรปเตอร์เคยนำมาคัพเวอร์ใหม่ช่วงปี '37 แต่ต้นฉบับเป็นผลงานขับร้องของ Dan Henley แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่เรื่องนั้น แต่ที่มาของเพลงนี้ ซึ่งมาจากหนังสือเรื่องเดียวกัน เรื่องราวเกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา ในสมัยประธานาธิปดีจอห์น เอฟ เคนเนดี้ เขาตั้งข้อสังเกตุว่าสังคมอเมริกัน เป็นสังคมที่รู้หนังสือ ด้วยความสงสัย เคนเนดี้จึงออกเยี่ยมโรงเรียน แล้วให้เด็กอ่านหนังสือให้ฟัง ผลปรากฎว่า....

        เด็กอ่านหนังสือไม่ออก

        ว่าแล้ว กระทาชายนาย Micheal Harrington นักวิชาการฝ่ายซ้าย จึงทำงานวิจัยเพื่อสำรวจบรรดาเด็กอเมริกัน ทั้งในระดับประถมและมัธยม พบว่า..... อัตราคนอ่านออกเขียนได้น้อยกว่าอัตราคนที่เรียนจบมาก~ก เขาจึงเขียนหนังสือตีแผ่วงการศึกษาแบบอเมริกันดรีม ภายใต้ชื่อ......

         Johnny Can't Read

        และก็ออกมาเป็นเพลงให้ได้ฟังกันในที่สุด

        เอาล่ะ..... สุดท้ายก็เป็นเรื่องราวที่มาของฉายารัฐบาลอเมริกา ซึ่งมีนามว่า "ลุงแซม" เรื่องมีอยู่ว่า.... ในสมัยประธานาธิปดีอับราฮัม ลินคอล์น ได้ประกาศเลิกทาส ทำให้นายทุน ผู้เลี้ยงทาสไว้ทำไร่ฝ้าย หรืองานเกษตรอื่นๆ ทางฝั่งใต้ของอเมริกาไม่พอใจอย่างแรง และเกิดสงครามกลางเมืองขึ้น ระหว่างฝ่ายเหนือ กับฝ่ายใต้ รัฐบาลจึงเขียนโปสเตอร์หาอาสาสมัครมาเป็นทหารร่วมรบอย่างเร่งด่วน โดยวาดรูปชายชราสวมหมวกอเมริกัน พร้อมกับข้อความ.......

        We Want You

        นับแต่นั้นมารัฐบาลกลางอเมริกาจึงถูกขนานนามว่า Uncle Sam หรือลุงแซมนั่นเอง

        สำหรับเอ็นทรี่นี้พอแค่นี้ก่อน พบกันใหม่เอ็นทรี่หน้า ผมจะค้นหาสาระน่ารู้อื่นมาฝากกันอีกครั้ง

 

ที่มา : คำบรรยายของ ศ.ดร.จิรโชค วีระสย วันที่ 8 ส.ค.51และวันที่ 9 ส.ค.51

         คำบรรยายของ ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ วันที่ 1 ส.ค.51และวันที่ 2 ส.ค.51

Comment

Comment:

Tweet

???The website was absolutely fantastic! Lots of great information and inspiration, both of which we all need!

#11 By Sunglasses online (69.90.60.116) on 2011-07-18 09:03

<a href="http://esgmputdarcigxe.com">noobemgehdzqrqi</a> http://flezxvpjxflyrjd.com [url=http://vznqntzlmjaerhh.com]yytlcgkvcuabxrb[/url]

#10 By ebmewtfyjs (94.102.52.87) on 2010-06-07 20:19

คอมใช้ได้แล้วพดหกำเพะี้ดเะ่เ้่่วi can't comment thai language.

now,i can play internet.
tell: miss perfect woman {somboon}
55 see you.

{wait a minute for illastrat}

#9 By 747 (124.121.196.21) on 2008-09-05 07:31

จริงด้วยครับ

เราไม่ควรจะประเมินเขาจากสิ่งที่เห็นจาก

"ภายนอก"

#8 By Juninyá on 2008-09-05 05:46

เมื่ออาทิตย์ก่อน กระทรวงมาลองทดสอบ..จินตคณิต(ไม่รู้ว่าเขียนถูกหรือเปล่า)เป็นวิชาที่ใช้รางลูกคิดอันเล็ก ๆ บวกลบตัวเลขพี่สาวกลัวน้องป่านจะทำให้คุณครูลำบากใจ..ก็เลยจะไม่ให้น้องป่านไปโรงเรียน
แต่คุณครูยืนยันว่าอยากให้น้องป่านแสดงความสามารถถึงเขาจะเป็นเด็กออทิสติกก็ตาม..
ผลเป็นยังไงรู้ไหมค่ะ..น้องป่านได้คะแนนเต็ม.ได้รางวัลเป็นกระเป๋าใส่ดินสอกลับมาอวดคุณแม่
จริง ๆ แล้วเด็กพิเศษอย่างน้องป่านก็มีศักยภาพที่เราไม่ควรมองข้ามหรือประเมินเขาต่ำ..จริงไหมค่ะ

#7 By nudee on 2008-09-01 14:38

เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ และแปลกดีครับ เพิ่งรู้เหมือนกันครับ แต่ผมชอบตรงเรื่อง "เด็กอ่านหนังสือไม่ออกนี่แหละ"

#6 By KuNaBaLL (124.120.237.104) on 2008-08-29 10:13

หลานคุณอายุ 7 ขวบแล้วเหรอคะ

เดี๋ยวเขาก็จะดีขึ้นเองค่ะ แต่ต้องเอาใจใส่เขา คอยบอกเขาทุกอย่าง

เช่น...

ถ้าเขาพูดซ้ำๆกัน ก็ควรจะบอกเขา

ถ้าเขาพูดอีก ก็บอกอีก อย่าเบื่อ และต้องใจเย็น

บอกพี่สาวของคุณนะคะว่า....

อย่ายอมแพ้ ถึงเราจะสร้างตัวให้ร่ำรวยขนาดไหน

บางครั้งก็ไม่เท่ากับที่เราเลี้ยงลูกคนหนึ่ง

จากที่เหมือนจะเข้าสังคมกับคนปกติไม่ได้

แต่วันเวลาผ่านไป เขากลับทำให้เราภูมิใจได้

ก็เหมือนกับประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว



ขอเป็นกำลังใจให้พี่สาวของคุณนะคะ

#5 By แม่ของ Juninyá (117.47.78.100) on 2008-08-20 19:29

ขอให้ juninya สอบติดปลัดอำเภอนะค่ะ..บังเอิญเมื่ออาทิตย์พี่สาวพาหลานชายที่เป็นออทีสติกมาหาที่บ้านก็เลยนึกถึง juninya ค่ะอยากให้หลานเหมือน juninya จังเลยค่ะ หลานชายของnudee ชื่อน้องป่าน ตอนนี้อายุ 7 ขวบแล้วอาการดีขึ้นมากตอนนี้ นอ้งป่านพูดพอรู้เรื่องบ้างแล้วแต่ยังติดพูดซ้ำ ๆ ประโยคเดิมและชอบเอียงคอมองทำตาเหลือกขึ้นข้างบนเวลามองอะไรนาน ๆ กำลังหัดอยู่ค่ะ ที่ยังเลิกไม่ได้คือชอบกระโดด เวลาโมโห ชอบตีหัวตัวเอง ...ทุกคนในครอบครัวหวังว่าน้องป่านจะหายซักวันค่ะ

#3 By nudee on 2008-08-20 17:13


ผมขออ้างจาก http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=noshka&month=14-10-2007&group=8&gblog=2

จากข้อความว่า....

ลุงแซม (Uncle Sam) เชื่อกันว่าเป็นชื่อที่เรียกเริ่มต้นในสงครามกลางเมืองในช่วงปี ค.ศ. 1812 เกิดขึ้นจากที่ผลิตภัณฑ์เนื้อที่ส่งเข้าค่ายทหารอเมริกัน ประทับตราว่า U.S. ซึ่งเป็นชื่อย่อของ ลุงแซมูเอล วิลสัน (Uncle Samuel) ซึ่งเป็นชื่อล้อเลียนกับชื่อ U.S. ของ United State

ซึ่งเป็นช่วงหลังจากรับสมัครทหารไปแล้วนะครับ

#2 By Juninyá on 2008-08-19 23:20

ขอบคุณที่นำสาระดีๆมาให้อ่านนะคะ ^^

ปล. แล้ว ลุงแซมมันมาจากส่วนไหนของชื่อหรอคะ?

#1 By Fubuki on 2008-08-19 23:08