เมื่อพูดถึงวิชาประวัติศาสตร์ ซึ่งมักจะเปรียบเสมือนยาขมน้ำเต้าทองสำหรับใครหลายคน ด้วยเหตุผลที่ต่างกันออกไป

        แต่เหตุผลยอดฮิต ซึ่งหลากหลายปากมักจะนำมาอ้างกันบ่อยครั้ง ที่ผมมักจะได้ยินคือ “ขี้เกียจจำ” นั่นเอง

        สำหรับหนังสือประวัติศาสตร์ ที่ผมแนะนำผ่านเนื้อที่คอลัมน์แห่งนี้ ก็เป็นการนำเสนออีกรูปแบบหนึ่งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ยุคราชวงค์ฮั่นของจีน ภายใต้ชื่อ “มหาอาณาจักรฮั่น อ่านประวัติศาสตร์ด้วยสายตานักบริหาร” โดยคุณก่อศักดิ์ ชัยรัศมีศักดิ์ ซึ่งเคยฝากผลงานประพันธ์ไว้ใน “รัฐศาสตร์ถังไท่จง” และ “CEO โลกตะวันออก” ทั้งสามเล่มมาก่อนหน้านี้

        เนื้อหาภายในหนังสือ “มหาอาณาจักรฮั่น” ผู้เขียนปูพื้นเริ่มต้นแบบคร่าวๆ จากยุคชุนชิว (227- 67 ปีก่อน พ.ศ.) และจ้านกั๋ว (68 ปีก่อน พ.ศ.- พ.ศ.322) ซึ่งเป็นยุคแห่งความแตกแยกของจักรวรรดิ์จีน จนกระทั่งฉินสื่อหวาง หรือจิ๋นซีฮ่องเต้ทรงสามารถรวบรวมแผ่นดินจีนจนเป็นปึกแผ่นและสถาปนาราชวงค์ฉินขึ้น ในปี พ.ศ.322

        ภายหลังจิ๋นซีฮ่องเต้กุมอำนาจเหนือผืนแผ่นดินจีน พระองค์ก็ลุแก่อำนาจ ปกครองแบบกดขี่ ข่มเหงปวงชน จนทำให้ประชาชนทั้งจักรวรรดิ์เดือดร้อนอย่างแสนสาหัส เพื่อสนองตัณหาอันไร้ขีดจำกัด แต่แล้วราชวงค์ฉินก็ล่มสลายลงด้วยระยะเวลาเพียง 15 ปี ไฟสงครามจึงลุกท่วมแผ่นดินจีนอีกหน จากการแย่งชิงอำนาจระหว่างสองขุนศึกนามกระเดื่อง คือ ฮั่นเกาจู่หรือหลิวปัง กับเซี่ยงอวี่หรือฌ้อปาอ๋อง

 

        ทั้งสองขุนศึกต่างโรมรันพันตูมานานกว่า 4 ปี (พ.ศ.337 – 341) ฮั่นเกาจู่จึงสามารถกำราบฌ้อปาอ๋องได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และสถาปนาราชวงค์ฮั่นขึ้นปกครองเหนือแผ่นดินจีน เป็นปฐมบทแห่งการดำรงอยู่ของราชวงค์อย่างยาวนานถึง 426 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวจีนต่างภาคภูมิใจ และเรียกตนเองว่าเป็น “ชาวฮั่น” ได้อย่างเต็มปาก

        จากเนื้อหาในหนังสือ “มหาอาณาจักรฮั่น อ่านประวัติศาสตร์ด้วยสายตานักบริหาร” โดยจะไม่เน้นเรื่องราวทางการเมือง รวมทั้งรายละเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับสงครมมากนักมากนัก แต่จะเน้นไปที่บทวิเคราะห์ ดังเช่นชัยชนะของฮั่นเกาจู่ที่มีต่อฌ้อปาอ๋อง ทั้งๆที่มีกำลังพล รวมถึงความสามารถในการรบต่างกันมาก ซึ่งนอกจากความเป็นผู้นำของหลิวปังจะเป็นปัจจัยสำคัญแล้ว ยังมีทีมเศรษฐกิจ เอ๊ย!!! ทีมงานคุณภาพมาเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา โดยเฉพาะสามอัจฉริยะแห่งยุคต้นราชงค์ฮั่น ซึ่งประกอบด้วย เซียวเหอ: ยอดคนนักบริหาร, หานซิ่น: ขุนศึกสะท้านภพ และจางเหลียง: ยอดนักวางแผนและการวิเคราะห์สถานการณ์

        ฮั่นเกาจู่สามารถดึงจุดเด่นของทั้งสามมาใช้ได้อย่างเหมาะสมตามสภาพการณ์ และให้โอกาสแสดงฝีไม้ลายมืออย่างเต็มที่ อันเป็นรากฐานของการก่อตั้งราชวงค์ฮั่น ซึ่งเป็นอีกคุณสมบัติหนึ่งที่ผู้บริหารพึงมี คือ การใช้คนให้ตรงกับความสามารถ (Put The Right Man In The Right Job) นั่นเอง

        เรื่องราวหลังการสถาปนาราชวงค์ฮั่น เป็นการกล่าวถึง หลักการปกครองบ้านเมือง หรือหลักรัฐศาสตร์ ซึ่งว่าด้วยปกครองอย่างไรจึงจะทำให้ประชาชนอยู่อย่างมีความสุข ซึ่งในสมัยฮั่นเหวินตี้ และฮั่นจิ่งตี้ ถือเป็นยุครุ่งเรืองที่สุดของราชวงค์ ภายใต้การปกครองเหวินจิ่ง ถือเป็นการนำหลักลัทธิเต๋ามาประยุกต์ใช้กับการปกครอง โดยมีสโลแกนสั้นๆ คือ “ลดภาษี ลดกำลังพล และลดภาระประชาชน” 

        นอกจากนี้หนังสือเล่มนี้ยังวิเคราะห์แนวคิดจากอิทธิพลของปรัชญาเมธีที่สำคัญต่อระบอบการปกครองของราชวงค์ฮั่น อันได้แก่ ปรัชญาลัทธิเต๋า ปรัชญาสำนักหยูหรือขงจื๊อ คำสอนของปราชญ์เม่งจื๊อ และแนวคิดของศาสนาพุทธ ซึ่งอธิบายแบบคร่าวๆ แต่ทำให้เรามองเห็นภาพการปกครองในสมัยนั้นได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

        อย่างไรก็ตาม เป็นธรรมดาของทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ เมื่อมียุคเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ก็ย่อมมียุคเสื่อมถอยเช่นกัน เป็นวัฎจักรวนเวียนอยู่บนหน้าประวัติศาสตร์โลก ซึ่งราชวงค์ฮั่นถึงจุดเสื่อมถึงสองครั้ง และแบ่งออกเป็นสองยุค คือ ฮั่นตะวันตกกับฮั่นตะวันออก อำนาจการปกครองของราชสำนักอ่อนแอลง เหล่าขุนศึกตามหัวเมืองต่างๆ ซ่องสุมกำลังเพื่อแย่งชิงอำนาจกันเอง อันเป็นที่มาของการเริ่มต้นยุคสามก๊กในตอนปลายของราชวงค์

        โดยรวมแล้วหนังสือ “มหาอาณาจักรฮั่น อ่านประวัติศาสตร์ด้วยสายตานักบริหาร” มีเนื้อหากระชับ อธิบายเนื้อหาทางประวัติศาสตร์พร้อมทั้งวิเคราะห์ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย และมีลำดับเหตุการณ์สำคัญเป็นตารางสำหรับเทียบเคียงในท้ายเล่ม

        เมื่ออ่านแล้วท่านจะรู้ว่าไม่ใช่เฉพาะนักบริหารเท่านั้นที่จะเข้าใจได้ง่าย แต่ยังรวมถึงชาวบ้านสามารถเข้าถึงประเด็นของผู้เขียนที่ต้องการสื่อถึง การปกครองที่ก่อให้เกิดความผาสุขแก่ปวงประชา


        ขอเพียงแค่ผู้กุมอำนาจรัฐสามารถหลุดพ้นจากอัตตาและอคติที่แฝงอยู่ภายในใจตนเอง

        อันจะก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งความร่วมมือเพื่อพัฒนาประเทศให้ยั่งยืนต่อไป


                                                                                                            ดินสอ 2B
                                                                                                            ---------

ตีพิมพ์ในคอลัมน์ "ศิลปะและบันเทิง" ในหนังสือพิมพ์โคราชรายวัน

ฉบับวันที่ 19 - 21 สิงหาคม พ.ศ.2551 หน้า 10

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เปลี่ยนพื้นหลังใหม่แล้วหรอค่ะ
ติดดาวให้ค่ะ
Hot! Hot! Hot!

#1 By หลัก-กิ-โล on 2008-08-06 19:16

เนื้อหายอดเยี่ยมเลยค่ะ
ยาวหน่อยแต่อ่านได้ค่ะ
Hot! Hot! Hot! confused smile

#2 By หลัก-กิ-โล on 2008-08-06 19:56

น่าสนใจดีครับ อ่าน3ก๊กมาแล้วลองมาดูอาณาจักรฮั่นบ้าง
อยากอ่านอยู่เหมือนกันนะหนังสือเล่มนี้
ชอบศึกษาประวัติศาสตร์
แล้วคิดตาม

#4 By -^Fly piG^- on 2008-08-06 21:22

เล่มนี้ก็เคยเห็นมาผ่านๆน่ะ(จริงๆผมอ่านประวัติศาสตร์จีนเลยละ)
จริงๆแล้วกว่าหลิวปังจะขึ้นเป็นพระเจ้าฮั่นเกาจู่นั้นก็นานนะครับ
กว่าจะชนะเซี่ยงยวี่หรือฌ้อปาอ๋อง
และสิ่งที่หลิวปังชนะเซี่ยงยวี่นั้นได้
ก็เพราะ....มีความใจเด็ดขาด และหน้าทน*
และรู้จักใช้คนเป็นงับ
ซึ่งสามารถใช้ จางเหลียง(เตียวเหลียง)หันซิน เซียวเห่อ สู้สุดฤทธิ์ได้
แต่ภายหลัง์ก็โดนติฉินนินทา เพราะกุเรื่องประหาร หันซิน เพราะความระวาดระแวง
จนจางเหลียง(เตียวเหลียง)ออกจากตำแหน่งขุนนาง
ไปบำเพ็ญประโยชน์ในป่าลึก ซึ่งจางเหลียง(เตียวเหลียง)กล่าวว่า
เพราะหลิวปังสามารถ"ร่วมทุกข"์ได้แต่ไม่สามารถ"ร่วมสุข"

แต่ที่แปลกคือ....เล่มนี้ไม่ได้กล่าวถึงพระเจ้าฮั่นอู่ตี้เลยรึ?
เพราะสมัยนั้นก็รุ่งเรืองใช่ย่อยนะ-0-

เอาเป็นว่าหมอบดาวหางแดงให้Hot! big smile
เพราะผมชอบประวัติศาสตร์มากๆ

#5 By ~ BukKenBite ♪ ( ^ - ^ )/~ on 2008-08-06 21:44

ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เท่าไร เพราะดูมันน่าจะอ่านยาก เข้าใจยาก ชอบดูหนังมากกว่า ปกติก็เป็นคนชอบอ่านหนังสือ แต่ไม่เคยอ่านหนังสือประวัติศาสตร์จริงจังเลย

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile

สมัยของฮั่นอู่ตี้-หลิวเช่อก็กล่าวถึงเช่นกันครับ

เป็นฮ่องเต้ที่โดดเด่นอีกพระองค์หนึ่งของราชวงค์ ปฏิรูปทั้งแผนงานนโยบายทางการเมือง เศรษฐกิจ และการทหาร

โดยเฉพาะการทหารจะเน้นมากๆ จนสมัยนั้นเป็นมหาอำนาจแห่งภูมิภาค

เพราะการใช้จ่ายงบทางทหารมากเกินไป รบกับพวกชนเผ่าซวงหนูมามากกว่า 15 ครั้ง ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ราชวงค์ฮั่นตะวันตกล่มสลายลงหลังจากการเสด็จสวรรคตของฮั่นอู่ตี้ระยะเวลาไม่ถึง 50 ปี

ผมจึงยอมรับว่าแนวทางการปกครองในสมัยฮั่นเหวินตี้ และฮั่นจิ่งตี้มากกว่าครับ

เพราะสามารถทำให้อาณาจักรฮั่นอยู่ได้อย่างยั่งยืน

แต่ที่จะทำให้ยั่งยืนได้จริงๆ คือ ผู้ครองอำนาจบริหารในยุคต่อมาครับ

ว่าจะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน หรือประโยชน์ส่วนรวมมากกว่า

#7 By Juninyá on 2008-08-06 22:41


คำกล่าวของจางเหลียงต่อหลิวปัง

ดูคล้ายกับข้อความในจดหมายเตือนของฟ่านหลีต่ออุ๋นจง ซึ่งกล่าวถึงเยว่อ๋อง โกวเจี้ยนในยุคชุนชิวเลยครับ

#8 By Juninyá on 2008-08-06 22:46

เป็นบทความที่เยี่ยมจิงไเลยคับ

วันหลังเขียนอีกนะคับ

แล้วจะติดตามอ่าน

#9 By การ์ตูน (124.121.165.50) on 2008-08-06 23:17

ประวัติศาสตร์จีน หลายๆอย่างก็น่าสนใจดีนะครับ

#10 By เพลง (58.8.118.176) on 2008-08-07 09:47

ภาพประกอบสวยconfused smile confused smile Hot!

#11 By (^_^)/nana on 2008-08-07 12:05

เดียวจะลองไปเปิดดู

#13 By WhiteMapleS on 2008-08-07 13:36

....ดูประวัติศาสตร์....ดูตัวเอง
'block cool!'

#14 By BOB_SPOKESMAN OF BROKU on 2008-08-07 17:57

เห็นมันวางในซีเอ็ด เคยหยิบมาอ่านครับ อ่านไปได้ครึ่งเล่ม หลังๆเริ่มจำชื่อมันไม่ได้แล้ว= =' จำได้แต่ช่วงหลิวปัง แล้วมาช่วงสามก๊ก..แต่นั่นละ เยียมเลยครับที่ ฮั่นสามารถหยั่งรากลึกถึงขั้นที่คนจีนเรียกตัวเองว่า ฮั่นได้ big smile

เรื่องนั้นเป็นเรื่องจริงครับ...

ก็ขนาดกษัตริย์ของชนเผ่าซวงหนู ที่ชื่อว่า "อัตติล่า"

ซึ่งยกทัพมาก่อกวนจักรวรรดิ์โรมัน

ยังเรียกกองทัพตัวเองว่า "ฮั่น" เลยครับ

#17 By Juninyá on 2008-08-08 06:11

สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดด

#18 By การ์ตูน (125.27.114.25) on 2008-08-08 09:39

แฮ่ๆ เป็นคนไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เหมือนกันค่ะ
แต่ชอบอ่านหนังสืออัตชีวประวัติค่ะ

เรามีประวัติศาสตร์ให้ศึกษา แต่โลกเราก็มีเรื่องประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอยู่เสมอเลยเหมือนกันเน๊าะ

#20 By p-i-e on 2008-08-09 08:03

ถ้าจะให้บอกตามจริงคือเพื่อนคนนี้บางทีเค้าอาจไม่มีความสัมพันธ์กับเราอ่ะนะค่ะ
แต่เราดันไปมีความสัมพันธ์กับเค้าอยู่ฝ่ายเดียว
เวลามันช่วยอะรไม่ได้หรอกค่ะ
แต่ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะค่ะ

#21 By หลัก-กิ-โล on 2008-08-09 19:44