“ออทิสติก” เป็นโรคเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ป่วย ซึ่งแปลกแยกออกจากผู้อื่นในสังคม

        ถึงแม้ผู้ป่วยโรคนี้ส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตในสังคมไม่ราบรื่นนัก ดังเช่นคนปกติ แต่พวกเขาก็มีพรสวรรค์บางอย่าง ซึ่งอาจจะมากกว่าคนทั่วไป

        เหมือนกับ ชายผู้มีนามว่า เรย์มอน แบบบิท จากภาพยนตร์สุดเก๋ากึ๊กเรื่อง Rain Man ซึ่งเพิ่งจะผ่านสายตาผมไปหมาดๆ จากแผ่น DVD

        เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อ กระทาชายนายชาลี แบบบิท (ทอม ครูซ สมัยยังหนุ่ม) ประสบปัญหาทางการเงินจากธุรกิจขายรถยนต์ ให้บังเอิญในเวลาเดียวกันพ่อของเขา ซึ่งห่างเหินกันมานานพอสมควร เสียชีวิตพอดี แต่มรดกเกือบทั้งหมดกลับตกเป็นของ เรย์มอน แบบบิท (ดัสติน ฮอฟแมน) พี่ชายผู้มีอาการออทิสติก แต่ชาลีกลับไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีพี่ชายกับเขาด้วย

        ขณะที่ชาลีกลับแทบไม่ได้อะไรเลย ความคิดที่เต็มไปด้วยอคติจึงเข้าครอบงำจิตใจของเขา ชาลีจึงนำตัวเรย์มอนออกจากสถานดูแลผู้ป่วยออทิสติก เดินทางจากซินซินนาติไปยังแอลเอ ซึ่งเป็นที่อยู่ปัจจุบันของชาลี เพื่อต่อรองขอส่วนแบ่งจากผู้ดูแลมรดก

        ในระหว่างเดินทางของสองพี่น้องบนถนนไฮเวย์ เพราะเรย์มอนไม่ยอมเดินทางโดยสารเครื่องบิน จึงเต็มไปด้วยอุปสรรค ซึ่งเกี่ยวกับการดูแลเรย์มอนเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่มิตรภาพ สายใย และความผูกพันระว่างพี่น้องเริ่มก่อตัวอย่างช้าๆจากการเดินทางเที่ยวล่าสุด

        จากภาพยนตร์เรื่อง Rain Man ค่อนข้างใช้เวลาดูและทำความเข้าใจเนื้อหาอยู่พอสมควร เพราะหนังจะออกไปในแนวพีเรียด ซึ่งค่อนข้างให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย

        เมื่อพิจารณาจากเนื้อเรื่อง หนังจะเน้นหนักไปที่ตัวละครเพียงสองคาแรกเตอร์ คือ สองพี่น้องตระกูลแบบบิท ซึ่งเป็นตัวแทนของคนปกติ กับผู้ป่วยออทิสติก ขณะที่ตัวละครอื่นๆ เนื้อหาของหนังก็ไม่ได้เน้นอะไรนัก จนดูเหมือนตัวประกอบของเรื่องซะมากกว่า

        ด้วยเนื้อหาจะขับเน้นบทบาทของสองพี่น้องแบบบิท โดยเฉพาะเหตุผลทางจิตวิทยา ซึ่งพ่อของทั้งสอง ดูเหมือนจะให้ความรักแก่พี่ชาย ผู้มีความบกพร่องมากกว่าตนเอง ขณะที่ชาลีก็จะเกิดความรู้สึกที่เรียกว่า “อิจฉา” ซึ่งคล้ายกันกับภาพยนตร์เกาหลีเรื่อง Running Boy แต่เรือง Rain Man จะเน้นในส่วนนี้มากกว่า

        ในส่วนพฤติกรรมของเรย์มอน ซึ่งเนื้อหาของหนังให้ความสำคัญกับส่วนนี้พอสมควร ผมยอมรับว่า ดัสติน ฮอฟแมน ที่สวมบทบาทของเรย์มอน สื่อให้เห็นถึงอาการออทิสติกอย่างชัดเจน ทั้งการดำเนินชีวิตแบบซ้ำๆกันในแต่ละช่วงเวลาของวัน การสื่อสารกับคนอื่น ที่มักจะทวนประโยคซ้ำไป-มา การเดิน การยืน และพฤติกรรมอีกหลายอย่างที่ผมไม่อาจจะสาธยายบนเนื้อที่นี้ได้ทั้งหมด ซึ่งเห็นถึงความแตกต่างกับคนปกติ

        ถึงจะมีข้อบกพร่องมากเพียงใด ผู้มีอาการออทิสติกกลับมีความสามารถบางด้านที่อาจจะเหนือกว่าคนทั่วไป แต่ความสามารถพิเศษ ซึ่งเป็นจุดเด่นของเรย์มอน ที่นอกเหนือจากความจำอันเป็นเลิศ ก็นับว่าไม่เหมือนใครเลยทีเดียว

        สำหรับคาแรกเตอร์ของชาลี ซึ่งรับบทโดยทอม ครูซ ก็แสดงออกมาให้เห็นถึงอารมณ์ร้าย สีหน้าและท่าทางที่บ่งบอกถึงความคิดอคติต่อพี่ชาย ผู้มีความบกพร่องทางพฤติกรรม ต่อมา.... ด้วยเหตุบางอย่างพาไป เขาถึงรับรู้ความรักของพี่ชาย (ตามแบบฉบับของเรย์มอน) จึงทำให้เขาเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อเรย์มอนอย่างสิ้นเชิง

        สรุปแล้ว แนวคิดของภาพยนตร์เรื่อง Rain Man ต้องการให้ผู้คนในสังคมเข้าใจในตัวผู้มีอาการออทิสติก เหมือนดังเช่นชาลี เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้ แม้จะต้องช่วยกันดูแลบ้างก็ตาม

        ผมถึงไม่แปลกใจอะไรนัก หลังจากที่ชมหนังเรื่องนี้ไปแล้ว ซึ่งเรื่อง Rain Man สามารถคว้ารางวัลออสการ์ ปี พ.ศ.2531 ในสาขารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

        แต่ผมเสียดายอยู่เรื่องเดียวคือ DVD ของหนังเรื่องนี้ไม่มีฉบับพากย์ไทย เพราะเท่าที่ผมสังเกตุดู ผู้ชมหลายคนไม่ใคร่จะชอบดูหนังซาวน์แทรกเท่าใดนัก

        อีกสิ่งหนึ่งที่ผมขอฝากทิ้งท้ายจากข้อคิดอีกด้านของภาพยนตร์เรื่อง Rain Man คือ.....

        คำว่ามิตรภาพไม่มีการแบ่งชนชั้น

        แม้อีกฝ่ายจะมีข้อบกพร่องใดๆก็ตาม


ดินสอ 2B
----------

ตีพิมพ์ในคอลัมน์ "ศิลปะและบันเทิง" จากหนังสือพิมพ์โคราชรายวัน
ฉบับวันที่  13 - 16 มิถุนายน  2551 หน้า  10
 

--------------------------------------------------------------------------  

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet


ตอนที่แม่ผมดูหนังเรื่องนี้...

ท่านบอกว่า....

บุคลิกของเรย์มอน แบบบิท คล้ายกับผมมาก

ที่จริงผมเองก็นึกไม่ค่อยออกเหมือนกัน

เท่าที่นึกออกและเห็นว่าเหมือนจริงๆ ก้อตรงที่....

ท่าทางการเดินนั่นแหละครับ

#1 By Juninyá on 2008-06-09 20:00

หนังเรื่องนี้เคยดูแล้วประทับใจมากคะ

#2 By Duoartists in phuket on 2008-06-09 20:05

อยากดูเรื่องนี้จัง..เย็นนี้จะไปหาดูบ้างค่ะ

#3 By nudee on 2008-08-16 15:59

ผมว่าเป็นอีกเรื่องนึงที่น่าหามาดูนะ อีกอย่างผมก็ชอบหนังแนว ๆ นี้นะ(ไม่รู้จะหาได้หรือเปล่าหนอ)

#4 By Chaiyo (124.120.237.104) on 2008-08-29 10:31

ซึทาย่าจะมีมั๊ยอ่ะ?
อ. มาเล่าให้ฟังเลยอยากดูมากๆๆเลยbig smile big smile

#5 By - - (58.9.163.30) on 2008-12-17 12:55

เคยดูแล้วประทับใจมากๆ จะซื้อดีวีดีเก็บไว้ แต่ยังหาไม่ได้

#6 By เอ (124.121.60.140) on 2009-05-24 21:54