อรหันต์ในภาคฤดูร้อน
posted on 13 Apr 2008 09:38 by autis-mann in Stationery
“แล้วเราจะเรียนรู้พระธรรมไปทำไมครับ???”
หัวข้อปุจฉาข้างต้นนี้ ผมคิดว่าน่าจะอยู่ในใจของใครหลายๆคน ที่ยังไม่เข้าใจพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์อย่างลึกซึ้ง
แน่นอน............ วิสัชนาต่อมาของบุคคลหลายหลากแนวคิด ส่วนใหญ่ผมคิดว่าน่าจะออกมาในแนว “เพื่อขึ้นสวรรค์” อย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย
คำตอบอันจริงแท้ของคำถามข้อนี้ เฉลยอยู่ในภาพยนตร์ไทยเรื่อง “อรหันต์ซัมเมอร์” ซึ่งเป็นผลงานกำกับของภวัต พนังศิริ
เรื่องราวบนแผ่นฟิล์มกล่าวถึง พระอาจารย์นโม เห็นความซุกซนของสามเณร ซึ่งมาบวชเรียนในช่วงปิดเทอมใหญ่ (หัวใจไม่ว้าวุ่น) ขณะที่กำลังออกธุดงค์ตามความฝันในวัยเด็ก พระอาจารย์นโมได้พบกับข้าวปั้น เพื่อนที่บวชเรียนด้วยกันเมื่อสมัยเป็นเด็ก จึงทำให้ตนเองหวนระลึกถึงเมื่อครั้งยังเยาว์วัยอีกคราหนึ่ง
หมุนเวลาย้อนกลับไปในวัยเด็กของพระอาจาร์นโม (เวฟ-ดช.ปฏิภาณ กมลาศัยกุล) น้าซี่งเป็นผู้ปกครองได้ส่งไปบวชเรียนที่วัดประจำหมู่บ้าน พร้อมกับกลุ่มเด็กเซี้ยว เด็กแสบประจำตรอก ซึ่งพ่อแม่ ผู้ปกครองก็พาไปบวชเรียนด้วยเช่นกัน โดยอยู่ในความดูแลของพระอาจารย์ใบบุญ (ตูน AF3 -ธัชพล ชุมดวง) พระพี่เลี้ยงสุดเฮี๊ยบ ที่ต้องรับมือกับสามเณรสุดเฮี้ยวกลุ่มนี้ ท่ามกลางมิตรภาพที่เริ่มก่อตัวขึ้นทีละนิดตามวันเวลาที่ผันผ่าน
จากภาพยนตร์เรื่องนี้ สิ่งที่ผมสัมผัสโดยตรง นอกจากแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาแล้ว หนังยังได้รับอิทธิพลจากภาพยนตร์จีนกำลังภายใน และการ์ตูนเรื่องอิ๊กคิวซังนั่นเอง
โดยเฉพาะจากเรื่องอิ๊กคิวซัง ผมเห็นว่าผู้อ่านหลายท่านน่าจะเคยดูไตเติ้ลการ์ตูนเรื่องนี้ ในตอนที่เหล่าเณรแห่งวัดอังโคะคุจิวิ่งถูพื้นกุฏิ ซึ่งในเรื่องอรหันต์ฯ ก็มีฉากที่คล้ายกับการตูน เรื่องนี้ด้วย
ในบทของสามเณรข้าวปั้น (เซฟ-ดช.ปดลเดช กมลาศัยกุล)มีคาแรคเตอร์แบบผู้คลั่งใคล้การ์ตูนเรื่องอิ๊กคิวซังอย่างชัดเจน โดยเฉพาะลักษณะท่าทางการใช้ปัญญาแก้ปัญหา ผมคิดว่าผู้ชมหลายคนน่าจะนึกถึงการ์ตูนเรื่องนี้ขึ้นมาเหมือนกัน
ส่วนอิทธิพลของหนังจีนกำลังภายใน ผมเห็นว่าเด็กหลายคนน่าจะเคยจินตนาการว่าตนเองเป็นจอมยุทธผู้ผดุงคุณธรรม ในหนังเรื่องนี้ก็มีเช่นกัน ที่ขุนทอง (โดนัท-ดช.กฤษกร ทรัพย์สงวน)สามเณรหัวโจกบ้าพลัง ชอบจินตนาการเป็นจอมยุทธวัดเส้าหลินฝ่ายธรรมมะต่อสู้กับเหล่าร้ายฝ่ายอธรรม แต่ผมคิดว่าไม่น่าจะมีเด็กคนไหนนึกภาพของตัวเองให้แก่ลงเป็นแน่แท้ ที่ให้จินตนาการให้ตัวเองแก่หง่อม หนวดเคราขาวโพลนซะขนาดนั้น
ผมรู้สึกตะขิดตะขวางใจ ตรงที่นักแสดงเด็กผู้หญิง ดูจะไม่ค่อยสำรวม แก่แดดเกินไป ทั้งที่เป็นหนังในแนวธรรมมะแท้ๆ
ถึงแม้ในเนื้อเรื่องจะเป็นชีวิตในวัยเยาว์ของพระอาจารย์นโม แต่กลับถูกบทสามเณรข้าวปั้นขโมยซีนไปเต็มๆ หากพิจารณาดีๆ ผมรู้สึกคล้ายกับว่าเป็นเรื่องราวและวีรกรรมของสามเณรข้าวปั้นมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนท้ายของหนังเรื่องนี้
อ้อ............ ผมลืมบอกอีกประเด็น หนังเรื่องอรหันต์ซัมเมอร์แฝงด้วยแนวคิด เตือนสติให้ผู้ชมระลึกถึงพิษภัยของวิทยาการสมัยใหม่ ซึ่งเปรียบเสมือนกับเป็นดาบสองคม ในตอนที่พระอาจารย์สุขี (ยอดชาย เมฆสุวรรณ) เจ้าอาวาสวัด ตั้งกฎห้ามมีทีวีอยู่ในวัด เพราะเป็นบ่อเกิดแห่งกิเลสตัณหาทั้งปวง เหมือนกับเป็นการตบหน้าลัทธิบริโภคนิยมยุคปัจจุบันเข้าไปฉาดใหญ่ทีเดียว
โดยรวมแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ทำออกมาได้ดี ทีมงานสื่อแนวคิดออกมาอย่างชัดเจน ไม่ต้องตีความให้ยุ่งยาก เป็นหนังแนวคอมเมดี้ที่ดูสนุก มีสาระ ไม่เป็นพิษภัย และไม่มีประเด็นที่น่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งอย่างที่หลายคนกังวล (ถ้าไม่คิดอะไรมากอ่ะนะ)
เด็กหลายคนที่แสดงนำเป็นสามเณรแต่ละองค์ในเรื่องนี้ แสดงออกบ่งบอกถึงธรรมชาติของเด็กออกมาได้อย่างแจ่มชัด ผมเห็นว่านักแสดงเด็กหลายคนน่าจะมีอนาคตดีกับด้านการแสดง ก็คงคล้ายกับเรื่องแฟนฉัน ซึ่งนักแสดงนำกำลังได้ดิบได้ดีในวงการบันเทิงปัจจุบัน
ในหนังเรื่องอรหันต์ซัมเมอร์ ยังแฝงข้อคิดอีกประเด็น ซึ่งหลายคน (รวมทั้งผม) อาจจะเคยมองข้าม หรือหลงลืมไป เป็นตัวอย่างจากชีวิตของข้าวปั้นกับพระอาจารย์นโมตอนท้ายของเรื่อง ที่ว่า............
บางครั้ง คนๆหนึ่ง สามารถเป็นแรงบันดาลใจในทางที่ดีให้กับคนอื่นได้
แต่มิอาจสร้างแรงบันดาลใจให้กับตนเองได้
ดินสอ 2B
ตีพิมพ์คอลัมน์ "ศิลปะและบันเทิง" ในหนังสือพิมพ์โคราชรายวัน
ฉบับวันที่ 18 - 21 เมษายน พ.ศ.2551 หน้า 10
₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪
คิดว่าหนังเรื่องนี้คงมีคติดีๆ สอนเรามากมายอ่ะ
**สุขสันต์วันสงกรานต์นะค่ะ
#1 By moo* no!z on 2008-04-13 10:14