“เอาหนังไทยมาทำใหม่แบบเนี้ย มันจะออกมาดีหรือเปล่าหว่า???”

        เป็นคำถามที่ยังตกตะกอนอยู่ในหัวของผม ขณะที่ผมยังเข้าแถว (อันแสนยาวเหยียดเอาเรื่อง) รอซื้อตั๋ว ณ โรงภาพยนตร์ที่อยู่บนชั้นสามของห้างขนาดยักษ์แห่งหนึ่งในโคราช เพื่อดูหนังเรื่องชัตเตอร์ ฉบับฝรั่งหยิบขึ้นมารีเมคอีกรอบ ครานี้มาแปลก ตรงที่ทีมงานผู้สร้างกลับนำผู้กำกับชาวญี่ปุ่นนาม มาซายูกิ โอชิอาอิ ทั้งๆที่ต้นฉบับหนังเรื่องนี้มาจากภาพยนตร์ไทย

        ทางทีมงานคงคิดว่า หนังเรื่องนี้มาจากประเทศญี่ปุ่น หลังจากเมื่อปีที่แล้ว ในงานประกาศรางวัลออสการ์ ทีมงานผู้สร้างภาพยนตร์เรื่อง The Deported ก็เคยปล่อยไก่ออกไปยกเล้าแบบเต็มๆ ว่าหนังเรื่องนี้สร้างมาจากภาพยนตร์ต้นฉบับของญี่ปุ่นเช่นกัน (ความจริงรีเมคมาจากเรื่อง Internal Afire หรือสองคนสองคมฉบับฮ่องกง)

        โดยส่วนตัวผมคิดว่าชัตเตอร์เวอร์ชั่นไทย ที่เคยลงโรงเมื่องหลายปีก่อน (ผมดูถึง 3 รอบ ทั้งในโรงหนัง วีซีดี และทางบิ๊กซีนีม่า ช่อง 7 แบบครบเซ็ต) ทีมผู้สร้างก็ทำออกมาได้ดีพอสมควร ทั้งในแง่ของเนื้อหาและการดำเนินเรื่อง
 


       เรื่องราวของชัตเตอร์ แรงอาฆาตภาพวิญญาณสยอง กล่าวถึง เบ็น (โจซัว แจ็คสัน) นักถ่ายภาพมือฉมัง พาภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันหมาดๆ ซึ่งมีนามว่า เจนนี่ (เรเชล เทย์เลอร์) มาฮันนี่มูนกัน ณ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับการเข้าทำงานของเบ็นประจำที่บริษัท TDK บริษัทด้านการถ่ายภาพที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ระหว่างขับรถเดินทางตามถนนสายเปลี่ยวยามค่ำคืน พวกเขากลับขับรถชนหญิงคนหนึ่งเข้าอย่างจัง ภายหลังเกิดอุบัติเหตุ ทั้งคู่กลับไม่พบแม้กระทั่งเงาร่างของผู้หญิงคนนั้นซะแล้ว

        แต่ทว่า....
 
        ภาพถ่ายจากกล้องที่พวกเขาถ่าย ทั้งตอนเที่ยว หรือทำงาน กลับมีบางสิ่งแปลกปลอมอยู่ในหลายๆ ภาพ ด้วยความสงสัยของเจนนี่ จึงนำเรื่องราวแปลกประหลาดไปพิสูจน์กับบรรณาธิการนิตยสารเกี่ยวกับภาพถ่ายวิญญาณลึกลับ

        “ถ้าเขาไม่ต้องการจะบอกอะไรกับเรา แล้วพวกเขาจะมาหาเราทำไมล่ะ?”

        เป็นทั้งคำตอบและข้อสงสัยของบรรณาธิการนิตยสารที่มีต่อเจนนี่ ในที่สุดเจนนี่จึ่งต้องสืบหาความจริง ขณะที่วิญญาณร้ายยังคงตามมารังควานทั้งคู่ตลอดเส้นทางการดำเนินชีวิตคู่ของเบนและเจนนี่
 
      ผลสุดท้าย การค้นหาความจริง กลับจบลงด้วย เรื่องบางอย่างที่ทั้งคู่ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมันเลย

       ถ้ากล่าวถึงในส่วนของเนื้อหาแล้ว ผมเห็นว่าเนื้อเรื่องก็เหมือนกับชัตเตอร์ ฉบับเดิมของไทยเราทุกกระบวนท่าตลอดทั้งเรื่อง สิ่งที่ผมพอจะเห็นความเปลี่ยนแปลง เป็นการสลับลำดับเนื้อหาเล็กน้อย กับรายละเอียดเกี่ยวกับวิถีชีวิตแบบชาวตะวันตกและชาวญี่ปุ่น โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพ จากฉบับเดิมจะใช้กล้องปรับโฟกัสกับโพลารอยด์ แต่ในฉบับฝรั่งทำ เพิ่มกล้องดิจิตอลไปอีกตัวด้วย จนบางครั้งเหมือนกับการโฆษณากล้องไปในตัว (แช่ภาพตัวกล้องไว้ค่อนข้างนานทีเดียว)

        การเดินเรื่อง ค่อนข้างเร็ว ตามแบบฉบับของภาพยนตร์ฝรั่ง จนดูเหมือนกับขาดความรู้สึกหนึ่ง ที่ผมคิดว่าสำคัญยิ่ง
 
       นั่นคือ.....
 
        อารมณ์ร่วมของคนดู ตามแบบฉบับของหนังสยองขวัญ ที่จะทำให้คนดูรู้สึกถึง “ความกลัว” ต่อสิ่งลึกลับที่หนังพยายามสื่อออกมา

        ภาคส่วนของวิญญาณร้ายในเรื่อง ผมคิดว่ายังไม่มีความน่ากลัวเท่าใหร่ เพราะดูธรรมดาจนเหมือนกับคนมากเกินไป พูดง่ายๆ ว่าแทบจะไม่แตกต่างกันเลย รู้สึกว่าจะสัมผัส จับต้องได้ ที่สำคัญที่มาของตัววิญญาณแทบจะไม่มีให้เห็นเท่าใหร่

        ฉากในเรื่องกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จะอยู่ในประเทศญี่ปุ่น บางครั้งโทนอารมณ์ของหนัง ก็คล้ายกับเรื่อง The Grudge โคตรผีดุ มากกว่าเรื่อง Shutter ฉบับดั้งเดิมซะอีก

 


 
       อีกประเด็นที่ผมขอติติงสักนิด ก็มีหลายฉากที่เบ็น (พระเอกของเรื่อง) คุยกับชาวญี่ปุ่น ทั้งประชาสัมพันธ์โรงแรม พยาบาล และคนทรงเจ้า เป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด แต่กลับไม่มีซับไตเติ้ลกำกับไว้ (ไม่รู้ว่าเป็นความจงใจหรือเปล่า???) ที่อาจจะทำให้ผู้ชมบางส่วน ซึ่งอาจจะไม่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่น มีปัญหาในการดูหนังเรื่องนี้อยู่บ้าง

        โดยภาพรวม ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้สร้างออกมาอยู่ในเกณฑ์พอใช้ ถึงแม้จะไม่เท่ากับชัตเตอร์ฉบับดั้งเดิมของไทยเรา แต่ก็ยังรักษาเนื้อหาหลักๆ โดยรวมเอาไว้ ทั้งแนวคิดของผู้สร้างชัตเตอร์ เวอร์ชั่นไทย ยังคงเก็บเอาไว้ไม่เปลี่ยนแปลงในบทสรุปของเรื่อง

        ความผิด (ร้ายแรง) บางอย่าง เราอาจจะ (แกล้ง) หลงลืมมันไปบ้าง

        แต่บาปก็ยังคงติดค้างอยู่ภายในใจ ยากจะสลัดหลุดออกไปได้

        หากจะทำอะไร ควรจะคิดถึงจิตใจของผู้อื่นและผลกระทบให้ดี ก่อนจะลงมือทำ

        เพราะเราไม่สามารถย้อนเวลากลับมา

        เพื่อแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดได้


ดินสอ 2B

 ตีพิมพ์ในคอลัมน์ "ศิลปะและบันเทิง" ในหนังสือพิมพ์โคราชรายวัน

ฉบับวันที่ 28 - 31 มีนาคม พ.ศ.2551 หน้า 10

₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อืมๆๆๆ นับว่าเป็นหนังที่น่าดูครับ
ผมก็ตะหงิดใจว่าฝรั่งมันจะให้เกียรติคนผิวสีแบบเรามั้ย
ปกติเค้าค่อนข้างจะดูถูกเรามากๆ
แต่ถ้าอ่านเอนทรี่นี้แล้ว ก็ค่อยโล่งใจหน่อยครับ

#1 By -o- Jotakun -o- on 2008-03-24 22:05

ไม่อยากไปดูเพราะ

อนันดาหล่อกว่าอ่ะ

open-mounthed smile

#2 By gallantfoal on 2008-03-25 12:25

หน้าตาผีไม่น่ากลัวอ่ะ

#3 By Tang-May on 2008-03-25 19:39

ก็อยากดูแต่ไม่ค่อยกล้าดูหนังผีอ่ะ555

#4 By ~aMe~ on 2008-03-25 20:40

Copy หนังไทยมาทั้งดุ้นรุย ดูแล้วไม่หนุก ผีไม่น่ากลัว แล้วก้อหนังไทยเราสนุกมากกว่าเยอะมาก การเคลื่อนไหวของผีสู้หนังไทยไม่ได้ เอาเป็นว่า สู้หนังบ้านเรามิได้
เหอๆๆๆ ชัตเตอร์เวอร์ชั่นไทยน่ากลัวกว่าหนุกกว่าเยอะ และหลอนด้วยbig smile

#5 By Dasang (58.9.121.243) on 2008-07-10 19:38