หลังจากที่ผลงานของโจวซิงฉือทางจอเงินเดินทางผ่านสายตาผมไปสองเรื่องเมื่อหลายปีก่อน

        ทั้ง Sao Lin Soccer นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ (หนังเรื่องแรกของอาว์โจวที่ไม่ได้ใช้ชื่อว่า “คนเล็ก”) และ Kung Fu Hustle คนเล็กหมัดเทวดา

        จนในวันตรุษจีนที่ผ่านมา ผมจึงมีโอกาสมาชมผลงานล่าสุดของเขา เรื่องล่าสุด

        CJ 7 คนเล็กของเล่นใหญ่

        ถ้าฟังจากชื่อ หรือดูจากตัวอย่างภาพยนตร์(ตอนที่ไปดู Hitman กับเพื่อน) ผมเองก็นึกในใจว่าของเล่นชิ้นล่าสุดของอาว์โจวจะต้องเป็น UFO แน่นอน (เพราะของเล่นมันใหญ่เจงๆ เหมือนชื่อหนัง)
 
        แต่ผมต้องมาเสียความรู้สึกอยู่นิดก่อนดูหนัง ว่าไปแล้วโดยส่วนตัวผมก็ไม่ค่อยได้เข้าไปดูหนังโรงบ่อยนัก ส่วนใหญ่สะดวกที่จะหยิบยืม DVD เพื่อนมาดูมากกว่า

        แต่การมาดูหนังโรงครานี้ กลับมีสิ่งที่แปลกไปจากเดิมเยอะเลย ตัวอย่างหนังที่ควรจะมี 8 – 10 เรื่อง กลับมีแค่ไม่กี่เรื่อง แต่โฆษณาสินค้ามันเยอะจากเดิม ก็ร่วมๆ 20 นาที ที่ผมต้องมาทนนั่งดูโฆษณาพวกนี้

        เอาล่ะ.... ว่ากันถึงเนื้อเรื่องของ CJ 7 ซึ่งกล่าวถึงเสี่ยวตี้ เด็กชายผู้กำพร้าแม่ อาศัยอยู่กับพ่อบังเกิดเกล้าตามลำพัง มีฐานะยากจนสุดๆ ซึ่งบิดาบังเกิดเกล้าหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นกรรมกรก่อสร้างตึกระฟ้า แต่ ด.ช.เสี่ยวตี้ กลับมีโอกาสได้มาเรียนในโรงเรียนไฮโซสุดหรู ซึ่งมีแต่ลูกผู้ดี เศรษฐี และคหบดี มาเล่าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้

        แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง เสี่ยวตี้ต้องไปโรงเรียนท่ามกลางการดูถูก ดูแคลน รังเกียจ เดียดฉันท์ ของเด็กคนอื่นๆ และครูบางคนภายในโรงเรียน

        ถึงแม้จะมีฐานะต้อยต่ำเพียงใด ด.ช.เสี่ยวตี้ ก็ยังมีความต้องการในแบบฉบับของเด็กทั่วไป เมื่อ CJ 1 หุ่นยนต์หมาสุดฮิตปรากฎอยู่เบื้องหน้าของเสี่ยวตี้ ความต้องการจึงบังเกิดขึ้นทันที

        เสี่ยวตี้จึงรบเร้าพ่อ ขอร้องพ่อให้ซื้อ CJ 1 แต่ด้วยความที่ไม่มีปัญญาและกำลังเงินที่จะซื้อของเล่นแสนแพงมาให้ลูก พ่อของเสี่ยวตี้จึงต้องไปคุ้ยหาของเล่นตามกองเศษขยะ (อีกตามเคย)


        เขาก็พบกับสิ่งของสิ่งหนึ่งโดยบังเอิญ เป็นของประหลาดจากนอกโลก และเสี่ยวตี้ตั้งชื่อให้มันว่า

        “CJ 7”

        ในเรื่อง CJ 7 ผมรู้สึกว่าแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ ของอาว์โจวอย่างสิ้นเชิง ความตลกโปกฮาและมุขตลกจะน้อยไปนิด และแนวของหนังเรื่องนี้ กลับคลับคล้ายผลงานของบริษัทวอลท์ ดิสนีย์มาก และยังแฝงไว้ซึ่งข้อคิดเหมือนกันอีกต่างหาก

        อย่างฉากที่อาว์โจว มักจะสั่งสอนลูก(ในเรื่อง)อยู่เสมอ

        ห้ามลักขโมย
        ห้ามคดโกง
        ห้ามเป็นอันธพาล
        และถึงเป็นคนจนก็ควรอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี

        บางฉากในเรื่องก็พาลให้นึกถึงการ์ตูนเรื่องโดราเอม่อนอยู่เหมือนกัน ตอนที่ ด.ช.เสี่ยวตี้กำลังจะมีสอบ และขอความช่วยเหลือจากตัว CJ 7 ก็คล้ายๆกับโนบิตะขอของวิเศษจากโดราเอม่อนนั่นแหละครับ

        สิ่งที่ผมสังเกตุเห็น ในหนังของโจวซิงฉือ มักจะนำฉากจากเรื่องที่แล้วมาใส่ไว้ด้วย ซึ่งใน Kung Fu Hustle ก็ล้อเลียนบางฉากใน Sao Lin Soccer ซึ่งใน CJ 7 ก็มีกับเขาเหมียนกัลล์จากเรื่อง Kung Fu Hustle เป็นฉากที่เสี่ยวตี้ใช้รองเท้าวิเศษ (ที่ได้จาก CJ 7) เหาะขึ้นไปบนท้องฟ้า ไหว้กลุ่มก้อนเมฆที่เรียงกันเป็นรูปตัว CJ 7 แล้วใช้วิชาฝ่ามือเทวดาเหมือนกับอาว์โจว ตัวเอกของเรื่อง Kung Fu Hustle (หากได้ดูเรื่องนี้ก็น่าจะนึกออกนะครับ)

        น้ำหนักของเรื่องโดยรวม จะเน้นไปที่ตัวละครอย่าง ด.ช.เสี่ยวตี้ซะเป็นส่วนใหญ่ มากซะจนผมยังรู้สึกว่าอาว์โจวเป็นพระรอง ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะเป็นการเหมารวมทั้งตำแหน่งผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับ และแสดงนำเองทั้งหมด

        ก็ขนาด จางยี่ถี นางเอกสุดน่ารักของเรื่อง ก็ยังดูไม่ค่อยมีบทบาทเด่นสักเท่าใหร่  แต่ก็ยังมีบทบาทมากกว่านางเอกคนอื่นๆ ในหลายๆ เรื่อง ซึ่งเฮียแกก็กะจะปั้นเต็มที่ (อาว์โจวบอกไว้อย่างนั้น)

        ที่น่าทึ่งไปกว่านั้น ผมมารู้ทีหลังว่า ตัวละคร ด.ช.เสี่ยวตี้ กลับรับบทโดย ซูเจียว เป็นเพียงเด็กหญิงวัยเก้าขวบเท่านั้น กลับแสดงได้สมบทบาทอย่างเหลือเชื่อ และคาแรคเตอร์ก็ดูคล้ายกับเด็กผู้ชายจริงๆ ซึ่งเป็นการค้นพบเพชรเม็ดงามโดยบังเอิญของโจวซิงฉือ

        ในส่วนของ CG ผมคิดว่าทีมงานสร้างก็ทำได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะตัว CJ 7 เข้ากับฉากในเรื่อง ซึ่งดูแล้วไม่รู้สึกว่าถูกแบ่งแยก ดังเช่นในหนังเอเชียหลายเรื่องที่เดินทางผ่านสายตาผม มักจะทำออกมาเหมือนกับเกมส์คอมพิวเตอร์

        โดยรวมแล้ว ผลงานชิ้นนี้ของอาว์โจว จัดได้ว่าดูแล้วเป็นเรื่องเป็นราวและมีสาระมากที่สุด ในหลายๆ เรื่องของเขาที่ผมติดตามมา ซึ่งในหลายผลงานที่ผ่านมาของเขามักจะเน้นที่มุขตลกซะเป็นส่วนใหญ่

        ในตรุษจีนปีนี้ นอกเหนือจากอั่งเปาที่ผมได้รับจากผู้ปกครองแล้ว ก็มีของเล่นชิ้นนี้ของอาว์โจวนี่แหละ ที่กระแทกใจผมอย่างแรง

 

 

                                                                                                     ดินสอ 2B

 ตีพิมพ์ในคอลัมน์ "ศิลปะและบันเทิง" ในหนังสือพิมพ์โคราชรายวัน

ฉบับวันที่ 15 - 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551 หน้า 10

₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

surprised smile

#1 By indy : ·.¸¸·´¯`·.¸¸.ஐ on 2008-02-12 00:27

เด็กผู้หญิงเหรอครับเนี่ยะ ไม่ทราบมาก่อนเลย

#2 By นายฉิม on 2008-02-12 08:43


จริงครับ ผมไปเช็กข้อมูลมาแล้ว

#3 By Juninyá on 2008-02-12 18:53

อยากดูๆ

#4 By (124.121.185.89) on 2008-02-13 18:33

อาว์โจว ดูจะสูงอายุขึ้นผิดหูผิดตา sad smile

แต่ก็ยังเท่อยู่นะ question

#5 By DEeDeE on 2008-02-17 23:33

คุฌเปน
tongue

#6 By (125.26.62.109) on 2009-06-21 14:35

พ่อมึงตาย sad smile

#7 By (125.26.62.109) on 2009-06-21 14:36

คุฌเปน
tongue

#8 By (125.26.62.109) on 2009-06-21 14:37