ออทิสติก แม้นจะเป็นโรคที่นักวิชาการรู้จักมานานกว่า 60 ปี สาเหตุมีหลายประการ
เช่นจากกรรมพันธุ์ และความผิดปกติของสมอง อาจจะเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงที่อยู่ในครรภ์
มารดา หรือเกิดออกมาระหว่างการคลอด และหลังคลอด

        แต่ทว่า......

        ก็ยังไม่สามารถสรุปถึงสาเหตุความผิดปกติที่ชัดเจนได้ แม้ในปัจจุบันมีหลักฐานสนับสนุน
ความเป็นไปได้ว่าน่าจะเกิดจากการทำงานของ สมองผิดปกติ มากกว่าผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม

        อย่างที่ผมได้เคยกล่าวไว้ในบทความที่ผ่านมาทั้ง 7 บท  หัวใจสำคัญในการดูแลรักษาไม่
ได้ขึ้นอยู่กับผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่ครอบครัวให้ความรัก ความเข้าใจมากแค่ไหน หากเริ่มต้นจาก
การดูแลด้วยความรัก ค่อยๆพัฒนาด้วยความเข้าใจ ก็จะนำไปสู่จุดหมายปลายทางของการเป็น
เด็กที่พัฒนาตามศักยภาพที่มีอยู่ได้

        ปัจจุบันมีอีกวิธีการหนึ่งที่ใช้ในการบำบัดเด็กออทิสติก ซึ่งยอมรับกันว่าได้ผลอย่างมากคือ
การใช้ “ศิลปะบำบัด”

 

דּ דּ דּ דּ דּ דּ דּ דּ


        โดยกรณีของ “น้องกาย” จิรภัทร ถาวรรัตน์ อายุ 11 ปี  ปัจจุบันเรียนในระดับชั้น ป.4 จาก
โรงเรียนถนอมพิศวิทยา

        น้องกาย มีอาการของออทิสติก เนื่องจากคุณฐาปนา สิทธิสาร แม่ของน้องกาย มีร่างกาย
อ่อนแอ และเคยแท้งลูกมาก่อนจนต้องไปขูดมดลูก เมื่อท้องน้องกาย และคลอดก่อนกำหนด
ขณะที่มีอายุครรภ์เพียง 7 เดือน กับ 15 วัน เกิดมาด้วยร่างกายที่มีน้ำหนักตัวเพียง 1.5 กิโลกรัม
เท่านั้น ต้องเข้าไปอยู่ในตู้อบนานถึง 2 สัปดาห์

        คุณศิริพงษ์ ผู้พ่อเล่าว่า ตอนที่พาน้องกายกลับมาบ้าน ยังไม่ทราบว่าจะเป็นออทิสติก จน
กระทั่งน้องกายอายุได้สองขวบเศษ

        อาการของน้องกายในช่วงนั้น คือ ไม่กล้าสบตา ควบคุมตัวเองไม่ได้ เป็นเด็กขี้โมโห หงุด
หงิดง่าย บางครั้งก็เอาหัวโขกพื้น โขกกำแพง มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร เช่น ชอบพูดคนเดียว หรือ
ไม่พูดอะไรเลย และหัดพูดช้ามาก สองขวบกว่าแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะหัดพูด

        “เวลากายอยากได้อะไรก็จะชี้และก็ร้องแอ๊ะๆๆๆๆ สาเหตุที่เขาโมโหคงเป็นเพราะการ
สื่อสารกับเราไม่ได้ เราไม่รู้ว่าจะทำยังไง ตอนนั้นก็พาลูกตระเวนไปหาหมอประมาณแปดเดือน จน
สุดท้ายมาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์”

        “คุณหมอตั้งข้องสังเกตว่าอาจจะเป็นออทิสติก จึงทำหนังสือส่งตัวไปที่โรงพยาบาลยุว
ประสารทไวทโยปถัมภ์ ซึ่งต้องเช็กคลื่นสมองทั้งหมด เพราะเด็กที่เป็นออทิสติก ประสาทการ
ได้ยินจะไม่ได้ยิน”

        เมื่อตรวจน้องกายอย่างละเอียด ได้ข้อสรุปว่า “เป็นออทิสติกแน่นอน” อาจารย์เพ็ญแข
ลิ่มศิลา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยุวประสารทไวทโยปถัมภ์ แนะนำว่า วิธีการดีที่สุด คือ การ
ทำงานโดยมีกิจกรรมร่วมกันระหว่างพ่อ แม่ และลูก

        “ผมต้องพาลูกไปหาหมอแปดหรือเก้าหนต่อวัน เพื่อพาลูกไปเข้าคอร์สบำบัด ควบคู่กับการ
ใช้ยา และเราจะต้องเอาการบ้านมาทำที่บ้านอีกด้วย เช่น คอร์สฝึกการพูด”

        ขณะเดียวกัน พ่อแม่ก็ต้องเข้าคอร์สวิธีการเลี้ยงเด็กออทิสติกด้วย เพื่อเรียนรู้วิธีการดูแล
เด็ก เช่น การนวดที่ศรีษะของเด็ก ทำท่าปูไต่ ซึ่งทำให้ลูกเริ่มสบตากับเราบ้างแล้ว

        ที่สำคัญคือ ต้องไม่ตามใจเด็ก

        แต่การเลี้ยงเด็กที่มีอาการออทิสติกไม่ใช่เรื่องง่าย คุณศิริพงษ์บอกว่า “ตอนนั้นผมทะเลาะ
กับภรรยาเรื่องการเลี้ยงลูก เพราะภรรยาจะตามใจลูก เวลาลูกร้องจะเอาอะไรก็หยิบของให้เลย
ทำให้เด็กไม่ยอมหัดพูด ผมจะไม่ยอมตามใจลูก จะตั้งกฎไว้ว่า ถ้าลูกอยากได้อะไร จะต้องพูด
ให้ได้”

        “อย่างถ้าลูกอยากดื่มน้ำ เขาจะชี้ที่น้ำ ผมก็จะออกเสียง “น้ำ” ให้ลูกอ่านปากและ
พูดช้าๆตาม จึงจะหยิบน้ำให้ ผมฝึกลูกแบบนี้ทุกวัน ให้ลูกพูดตาม และจะต้องสบตาลูก
ทุกครั้ง จากพูดทีละคำ มาเป็นประโยค”

דּ דּ דּ דּ דּ דּ דּ דּ

        ส่วนการนำศิลปะบำบัดมาช่วยในการรักษาน้องกายนั้น คุณศิริพงษ์เล่าว่า เริ่มจากพี่เขย
ของคุณศิริพงษ์ซื้อดินน้ำมันมาจากอเมริกา นำมาให้น้องกายปั้นเล่นๆ โดยคุณศิริพงษ์เริ่มปั้น
ก่อน แล้วให้ลูกปั้นตาม

        “มีอยู่วันหนึ่ง ลูกถือดินน้ำมัน เข้าไปในร้านให้เช่าวีดีโอ ตอนนั้นที่ร้านกำลังเปิดหนังการ์ตูน
ดิจิม่อน เราก็พยายามสร้างสภาวะแวดล้อมให้เขาอยู่คนเดียวได้ จากเวลาห้านาที เป็นสิบนาที
และค่อยๆปล่อยพอจะกลับบ้าน ลูกก็ปั้นตุ๊กตาเป็นดิจิม่อนออกมาเป็นตัวได้เลย พนักงานขายยัง
ตกใจเลย ทุกคนก็หัวเราะและชอบใจ พนักงานที่ร้านก็ขอตุ๊กตาดิจิม่อนด้วย”

        “บางทีน้องกายดูหนังการ์ตูนเรื่องที่เกี่ยวกับไดโนเสาร์ หรือหนังเรื่องก็อตซิลล่า เขาก็ปั้น
เป็นไดโนเสาร์กับก็อตซิลล่า นอกจากจะเป็นการช่วยฝึกสมาธิให้กับลูกแล้ว ยังทำให้เขาได้รู้จัก
กับการสื่อสารกับคนอื่นๆ อย่างใครจะมาขอตุ๊กตากับลูก ก็จะต้องพูดคุยกันเอง ตัวเขาเองก็จะ
เกิดความภาคภูมิใจ ในสิ่งที่เขาทำ”

 

דּ דּ דּ דּ דּ דּ דּ דּ


        สำหรับเรื่องโรงเรียนนั้น คุณศิริพงษ์บอกว่า น้องกายเข้าเรียนครั้งแรก เขาก็ไม่ได้ไปแจ้ง
กับอาจารย์ที่โรงเรียนว่าลูกเป็นออทิสติก จนถึงขั้นทะเลาะกับอาจารย์

        “เมื่อก่อนเพื่อนของผม เขาเคยส่งลูกที่เป็นออทิสติกเหมือนกัน ไปเรียนร่วมกับเด็ก
ออทิสติกด้วยกัน ปรากฏว่า ลูกกลับมาบ้าน ก็เลียนแบบพฤติกรรมเด็กคนอื่นกลับมา

        “ผมมองว่า ถ้าเขาอยู่ในสังคมที่ดีกว่า เขาย่อมเรียนรู้ในสิ่งที่ดีกว่า จะช่วยให้เขามี
อาการดีขึ้น”

        ที่สุดแล้ว จึงปรึกษากับผู้อำนวยการโรงเรียนถนอมพิศวิทยา เกี่ยวกับการจัดกลุ่มเด็กใน
ห้องเรียน คือ จัดให้มีเด็กออทิสติกคละกับกลุ่มเด็กปกติ เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้น อย่างเช่น
ในโรงเรียนมีนประสาทวิทยาก็ใช้วิธีนี้เช่นเดียวกัน คือการนำเด็กที่เป็นออทิสติกจำนวนสามสี่คน
มาเรียนร่วมกับเด็กปกติประมาณสีสิบคน เด็กก็จะสามารถเรียนรู้อะไรได้ดีขึ้น

       คุณศิริพงษ์เล่าว่า ปัจจุบันน้องกายสามารถปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้ง่ายขึ้น เมื่อเห็นคนแปลก
หน้า จะมีอาการเกร็งขึ้นมาบ้าง

        “เวลาน้องกายอยู่โรงเรียน คุณครูบอกว่าตั้งใจเรียนหนังสือดี ล่าสุด สอบได้เกรดสามกว่าๆ
ไม่มีปัญหาอะไรครับ เพื่อนๆ ก็ช่วยๆ กันดูแล”

        คุณศิริพงษ์ทิ้งท้ายว่า พ่อแม่ที่มักจะอ้างว่าไม่มีเวลาสำหรับลูก คงต้องกลับมาคิดใหม่
อีกครั้ง ซึ่งเวลาที่มีให้กับลูก พ่อแม่เป็นผู้กำหนด หากเราจะเลี้ยงลูกให้ได้ดี ก็ต้องยอมเสียสละ
ทุ่มเทเวลาให้ หากหาเราหวังจะพึ่งคนอื่นอยู่ร่ำไป ลูกของเราก็คงไม่มีอาการดีขึ้นจนถึงขนาดนี้

 

        เราควรจะต้องพึ่งตนเองเสียก่อน ที่จะพึ่งพาผู้อื่น

ขอขอบคุณ คุณศิวพร อ่องศรี ผู้เขียนบทความ “ศิลปะบำบัด ช่วยชีวิตเด็กออทิสติก” พร้อมภาพประกอบเนื้อหา จากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอังคารที่ 4 ธันวาคม พุทธศักราช 2550  หน้า 33

₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪

Comment

Comment:

Tweet

#8 By (1.47.74.61|1.47.74.61) on 2015-06-25 08:24

ขอ แอด fav นะจ๊ะ

#7 By Mr. Aey on 2010-01-25 00:06

เป็นอะไรที่ดีมากค่ะ

เพราะลูกชายก็เป็นออทิสติกเหมือนกัน

#6 By รุ้ง (124.121.236.148) on 2009-03-11 11:40

ตอนนี้กายอยู่ในห้องนิสัยดีที่สุด

#5 By เพื่อนนะ (124.121.130.15) on 2009-02-12 10:53

มีสมาธิยอดเยี่ยมเลย ปั้นได้ละเอียดมาก

#4 By blackrain on 2008-08-07 10:54

ปั้นยังไงอ่ะเทพมากๆๆๆๆ
สวัสดีจูนินยะ เราเองเพื่อนที่อยู่วะตะแบก เมื่อสมัยเด็กนายปั้นดินน้ำมันได้สวยมาก โดยเฉพาะเจ้าฟรีซเซอร์ นะ

#2 By ค้นพบ (125.26.119.90) on 2007-12-21 17:52


ครั้งแรกที่ผมอ่านบทความนี้

ภาพแห่งความทรงจำเมื่อครั้งยังเด็กของผมผุดขึ้นมาอีกครั้ง

โดยเฉพาะในช่วงที่ผมมักจะชอบนั่งปั้นดินน้ำมัน

ความรู้สึกแบบนั้นมันหายไปนานมาก จากหลายเพลา จนเป็นปี

หนแรกผมก็ชอบปั้นรูปสัตว์ รูปคน รูปไดโนเสาร์เหมือนน้องกายนั่นแหละ

จนมาชอบปั้นรูปตัวละครในเรื่องดราก้อนบอล โดยเฉพาะพวกฟรีซเซอร์

พวกนั้นเป็นตัวละครที่มีลักษณะเฉพาะ แปลกดี

จนผมได้มาชมภาพยนตร์เรื่องเอเลี่ยน

และชอบลักษณะเฉพาะตัวเอเลี่ยนขึ้นมาอีก

แต่ดันเอาทั้งลักษณะเฉพาะตัวของเอเลี่ยนและฟรีซเซอร์มาผสมรวมกันซะได้

ผลงานผมจะเก็บมันไว้เอง และก็พังเอง จากมือของผมมั่ง ของคนอื่นบ้าง

จากธรรมชาติบ้าง (เพราะเป็นดินน้ำมันแบบธรรมดา ที่ขายในร้านค้าของชำทั่วไป)

แล้วก็นำมันมาปั้นขึ้นมาใหม่ จนเรื่อยไป

เรื่องมันก็เป็นฉะนี้แล

₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪

#1 By Juninyá on 2007-12-12 03:51