หลังจากที่ผมได้เขียนตอบไปแล้วในวันเดียวกัน

        จดหมายไฟฟ้าฉบับที่ท่านกำลังจะได้อ่านนี้ เข้ามาอยู่ใน Mail Box ในอีกสองวันถัดมา

        เนื้อความเป็นเช่นใด ติดตามกันได้ครับ

דּ דּ דּ דּ דּ דּ דּ דּ 

. 
ขอบคุณที่ชี้แนะ‏

 
จาก: ussanee termsuksawat (
ussanee_t@hotmail.com)
ส่งเมื่อ: 8 พฤศจิกายน 2550 15:54:43
ถึง: 
juninya-25@hotmail.com
......................................................................................... 
สวัสดีอีกครั้ง
.
         ดีใจมากที่ได้รับเมลตอบจากคุณจูนินยะ และขอบคุณที่ให้คำชี้แนะดีๆ ไหนๆ ก็คุยถึงเรื่องนี้ก็เลยอยากเล่าเรื่องลูกชายให้ฟังบ้าง
.
         เขาชื่อน้องบั๊ก ตอนนี้อายุ ๓ ขวบครึ่ง ทราบว่าเป็นออตอน ๒ ขวบ เพราะไม่พูด ไม่เล่นกับใคร ชอบยืนดูน้ำไหล เขย่งเท้าเป็นบางครั้ง ชอบเอามือปิดหูเมื่อได้ยินเสียงรัวๆ  กลัวความสูง หลังจากนั้น ก็พาไปฝึกเตรียมความพร้อมที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ ฝึกพูดกับนักอรรถบำบัดอาทิตย์ละครั้ง  ฝึกกิจกรรมบำบัดอาทิตย์ละ ๒ ครั้ง
.
        ฝึกไปได้ระยะหนึ่งน้องก็เริ่มทำตามคำสั่งได้ เช่น ร้องเพลงหากว่าเรากำลังสบายจงตบมือพลัน.. เขาก็จะตบมือ กระทืบเท้าฯลฯ ตามที่สั่งให้ทำได้ และก็เริ่มพูดได้ จากเพลงที่แม่ร้องให้ฟัง คือ แม่จะร้องจนเหลือพยางค์สุดท้ายให้น้องร้องต่อ เขาก็ต่อคำได้หมด
.
        หลังจากนั้นก็เรียกแม่ได้ พูดคำที่มีความหมายได้ แต่ตอนนี้ที่ยังมีปัญหาคือการพูดตาม พูดทวนคำถาม เช่น ถ้าเราถามว่ากินมั้ย เขาจะตอบว่า กินมั้ย กินครับ เป็นต้น ยังไม่เข้าใจการปฏิเสธ ตั้งคำถามยังไม่เป็น เล่าเรื่องยังไม่ได้  กับมีปัญหาการทรงตัว วิ่งแบบงุ่มง่าม ไม่ชอบความสูง 
.
        เวลาพูดไม่ค่อยสบตา ชอบพูดเรื่อยเปื่อยตามซีดีที่ให้เขาดู ท่องจำแบบทั้งคำพูดและน้ำเสียง  ซึ่งทุกการกระทำของเขา ไม่ว่าคนอื่นจะมองยังไง ในสายตาของแม่ก็คือน่ารัก และแม่เองไม่เคยปิดบังคนอื่นว่าเขาเป็นอย่างนี้ เพราะต้องการให้ทุกคนเข้าใจเขาเหมือนอย่างที่เราเข้าใจ
. 
        เวลาที่เขาถูกแม่ดุ น้ำตาจะร่วงผล็อยๆ แล้วเขาก็จะเข้ามาหอมแก้มแม่  ทุกคืนก็จะนอนหนุนแขนแม่ พอเขาหลับแม่ก็ให้เขาหนุนหมอน  สักพักเขาก็จะกระแซะมาหนุนแขนจนได้ทุกคืนจนกระทั่งถึงรุ่งเช้า
.
        เขาน่ารักจนแม่อยากจะหยุดเวลาไม่ให้เขาโตไปกว่านี้ เขาเป็นลูกชายคนเดียวของแม่ แม่จึงต้องการทำทุกอย่างให้เขาเป็นปกติที่สุดเท่าที่จะเป็นได้  อยากให้เขาอยู่ในสังคมได้  มีการศึกษา
.
        ในที่สุดคือหาเลี้ยงตัวเองได้เมื่อไม่มีพ่อแม่แล้ว  นี่คือเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของแม่คนหนึ่ง ก็คงเช่นเดียวกับแม่ทุกคนน่ะแหละค่ะ ยิ่งเมื่อได้อ่านคอลัมน์ที่จูนินยะเขียน ทำให้มั่นใจขึ้นมากว่าเป้าหมายนั้นไม่ไกลเกินไปที่จะไขว่คว้า

 
จากแม่บั๊ก

 
דּ דּ דּ דּ דּ דּ דּ דּ
 
.

        ผมต้องขอขอบคุณ คุณแม่บั๊กอย่างยิ่ง ที่ได้กรุณาแลกเปลี่ยนเรื่องราว ทรรศนะ ความคิดเห็นต่างๆ ผมอ่านจดหมายดูแล้ว ให้นึกถึงภาพเมื่อครั้งยังเยาว์วัย ความคิดยังไม่รู้ประสีประสาต่อโลกภายนอก แถมพกด้วยอาการออทิสติก ที่อาจจะเป็นภาระให้กับแม่ซะอีก แต่ท่านก็ไม่ได้ถือว่าเป็นภาระหน้าที่อันหนักหน่วงแต่อย่างใด

        ท่านมักพูดอยู่เสมอว่า

        "เป็นความท้าทายที่จะเลี้ยงผมให้เป็นเด็กปกติเหมือนกับคนอื่นเขา"

₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪

Comment

Comment:

Tweet

ดิฉันเป็นคนหนึ่งคะ มีลูกชายที่มีอาการเหมือนคุณแม่บั๋กทุกอย่างแม้กระทั่งพฤติกรรมการนอนค่ะ ตอนนี้น้องอายุ 4 ขวบกว่าแล้วค่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องทำไงต่อ แต่อยากให้เค้าอยู่อย่างเด็กปกติได้ ถ้ามีคำแนะนำเพิ่มเติม ขอความกรุณาด้วยน่ะค่ะ เพิ่งเปิดเข้ามาเจอค่ะ คุณแม่ไม่ค่อยเก่งเรื่อง โซเชียลเท่าไหร่

#10 By (110.77.155.236|110.77.155.236) on 2015-04-02 09:24

ครูจะขอเป็นกำลังใจให้ตลอดเลยค้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆคุณแม่เป็นคนเก่งมากเป็นที่อดทนและยอมรับสภาพความเป็นจริง อยากบอกอีกครั้งว่ายอดเยี่ยมจริง

ขอถามด้วยว่าและวฝึกกิจกรรมบำบัดกับน้องบั๊กยังไงคะ

#9 By ครูนะ (202.29.16.249) on 2010-08-15 12:28

วันนี้เป็นวันแรกที่เข้ามาเจอบล็อกนี้ค่ะ...และก้ออ่านหมดทุกเวอร์ชั่นแล้วด้วย ประทับใจค่ะ พูดได้คำเดียว ทั้งเจ้าของบล็อก และคอมเม้นท์ทุก ๆ คนด้วย ดีใจมาก ๆ คืนนี้ต้องหลับฝันดี เพราะมีกำลังใจและความหวังให้กับลูกรักที่นอนอยู่ข้าง ๆ สู้ สู้

#8 By สู้สุดแรง (58.9.195.218) on 2008-12-24 22:03

อีกนิดค่ะ
วันที่ไปพูด น่าจะเชิญคุณแม่ด้วยนะคะ อ่านในกระทู้อีกอันที่คุณแม่เขียนถึงคุณเสาวลักษณ์ ... ดีจังค่ะ
ไม่รู้คุณเสาวลักษณ์เป็นไงบ้างเนอะ

#7 By ต้องสู้ (125.24.10.162) on 2008-12-18 22:02

คุณจูนินยะจะไปพูดที่ไหนเมื่อไร PM มาบอกกันบ้างนะคะ (เผื่อไม่ได้เข้ามาเช็คที่นี่)
ช่วงเดือนที่ผ่านมายุ่งมาก (ไม่ใช่เรื่องงานหรอก ก็เรื่องลูกแหละค่ะ) เลยไม่ได้เข้ามาท่องเน็ตเลย
โลโก้ข้างบนน่ารักจังนะคะ
เราเคยคุยกับเพื่อนบ่อยๆว่าคนที่ "พิเศษ" แบบนี้น่าจะเป็นแนวโน้มของประชากรส่วนใหญ่ในอนาคต
(เคยอ่านเรื่องสั้นของ Isaac Asimov เรื่อง catch that rabbit มีคนแปลเป็นเป็นไทยชื่อหุ่นยนต์พ่วง...อ่านแล้วนึกถึงไอ้เจ้าลูกชายเลยค่ะ ประมาณว่าไม่สามารถฟังคำสั่งที่ซับซ้อนได้ และถ้าคำสั่งนั้นๆ มันขัดแย้งกับ "กฎ" ธรรมชาติที่เค้ามีอยู่ก็จะเกิดการสับสนขึ้นมา)
เอ๊า เลยคุยซะยกใหญ่แล้ว เอาไว้เจอตัวเป็นๆ แล้วค่อยคุยกันอีกนะคะ

#6 By ต้องสู้ (125.24.10.162) on 2008-12-18 22:00

ดีจังเลยค่ะ ที่ได้อ่านเรื่องจากของ ออทิสทิกไร้ขีดจำกัด คุณเก่งจังค่ะ และน่าชื่นชมคุณแม่นะคะ ที่พยายามให้ลูกเป็นเหมือนคนปกติให้ได้ big smile

#5 By นกจร on 2007-11-29 13:58

โอ้ว บล๊อกนี้เปนกำลังใจให้คนอื่นได้รู้ว่า แม้ว่าลูกจะเปนอะไรก้อตาม แม่ก้อยังคงรักและเปนห่วงเสมอ และ ยังเปนกำลังใจให้ลูกกลับมาเปนปกติได้ ไม่ว่าจะต้องทำอะไรก้อตาม แม่จะทำให้ลูกทุกอย่างคับ > <

#4 By ::. S2 AngeL .:: on 2007-11-28 19:32

ปาฏิหารย์อยู่ที่ใจ ไม่มีอะไรยากเกินความพยายาม
นับถือจริงๆ ส่งกำลังใจให้จ้า

#3 By ~aMe~ on 2007-11-27 23:42


นอกจากสองฉบับนี้แล้ว ยังมีฉบับที่สามอีกครั้ง

ซึ่งค่อนข้างเป็นการเป็นงานจริงๆ

เพราะเขาเชิญผมเป็นวิทยากร

ให้กับสมาคมผู้ปกครองฯ

ตอบรับไปแล้ว แต่ยังต้องรอเวลาอีกสักระยะ อ่ะนะ

₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪

sad smile sad smile sad smile

#2 By Juninyá on 2007-11-27 21:28

โอ้...เพิ่งมาเจอบล็อกนี้ค่ะ ขออนุญาติแอดเลยนะคะ จะกลับไปอ่านเอ็นทรี่เก่าๆด้วยค่ะbig smile