posted on 27 Nov 2007 18:17 by autis-mann in Autist
หลังจากที่ผมได้เขียนตอบไปแล้วในวันเดียวกัน
จดหมายไฟฟ้าฉบับที่ท่านกำลังจะได้อ่านนี้ เข้ามาอยู่ใน Mail Box ในอีกสองวันถัดมา
เนื้อความเป็นเช่นใด ติดตามกันได้ครับ
דּ דּ דּ דּ דּ דּ דּ דּ
.
ขอบคุณที่ชี้แนะ
.........................................................................................
.
สวัสดีอีกครั้ง
.
ดีใจมากที่ได้รับเมลตอบจากคุณจูนินยะ และขอบคุณที่ให้คำชี้แนะดีๆ ไหนๆ ก็คุยถึงเรื่องนี้ก็เลยอยากเล่าเรื่องลูกชายให้ฟังบ้าง
.
เขาชื่อน้องบั๊ก ตอนนี้อายุ ๓ ขวบครึ่ง ทราบว่าเป็นออตอน ๒ ขวบ เพราะไม่พูด ไม่เล่นกับใคร ชอบยืนดูน้ำไหล เขย่งเท้าเป็นบางครั้ง ชอบเอามือปิดหูเมื่อได้ยินเสียงรัวๆ กลัวความสูง หลังจากนั้น ก็พาไปฝึกเตรียมความพร้อมที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ ฝึกพูดกับนักอรรถบำบัดอาทิตย์ละครั้ง ฝึกกิจกรรมบำบัดอาทิตย์ละ ๒ ครั้ง
.
ฝึกไปได้ระยะหนึ่งน้องก็เริ่มทำตามคำสั่งได้ เช่น ร้องเพลงหากว่าเรากำลังสบายจงตบมือพลัน.. เขาก็จะตบมือ กระทืบเท้าฯลฯ ตามที่สั่งให้ทำได้ และก็เริ่มพูดได้ จากเพลงที่แม่ร้องให้ฟัง คือ แม่จะร้องจนเหลือพยางค์สุดท้ายให้น้องร้องต่อ เขาก็ต่อคำได้หมด
.
หลังจากนั้นก็เรียกแม่ได้ พูดคำที่มีความหมายได้ แต่ตอนนี้ที่ยังมีปัญหาคือการพูดตาม พูดทวนคำถาม เช่น ถ้าเราถามว่ากินมั้ย เขาจะตอบว่า กินมั้ย กินครับ เป็นต้น ยังไม่เข้าใจการปฏิเสธ ตั้งคำถามยังไม่เป็น เล่าเรื่องยังไม่ได้ กับมีปัญหาการทรงตัว วิ่งแบบงุ่มง่าม ไม่ชอบความสูง
.
เวลาพูดไม่ค่อยสบตา ชอบพูดเรื่อยเปื่อยตามซีดีที่ให้เขาดู ท่องจำแบบทั้งคำพูดและน้ำเสียง ซึ่งทุกการกระทำของเขา ไม่ว่าคนอื่นจะมองยังไง ในสายตาของแม่ก็คือน่ารัก และแม่เองไม่เคยปิดบังคนอื่นว่าเขาเป็นอย่างนี้ เพราะต้องการให้ทุกคนเข้าใจเขาเหมือนอย่างที่เราเข้าใจ
.
เวลาที่เขาถูกแม่ดุ น้ำตาจะร่วงผล็อยๆ แล้วเขาก็จะเข้ามาหอมแก้มแม่ ทุกคืนก็จะนอนหนุนแขนแม่ พอเขาหลับแม่ก็ให้เขาหนุนหมอน สักพักเขาก็จะกระแซะมาหนุนแขนจนได้ทุกคืนจนกระทั่งถึงรุ่งเช้า
.
เขาน่ารักจนแม่อยากจะหยุดเวลาไม่ให้เขาโตไปกว่านี้ เขาเป็นลูกชายคนเดียวของแม่ แม่จึงต้องการทำทุกอย่างให้เขาเป็นปกติที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ อยากให้เขาอยู่ในสังคมได้ มีการศึกษา
.
ในที่สุดคือหาเลี้ยงตัวเองได้เมื่อไม่มีพ่อแม่แล้ว นี่คือเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของแม่คนหนึ่ง ก็คงเช่นเดียวกับแม่ทุกคนน่ะแหละค่ะ ยิ่งเมื่อได้อ่านคอลัมน์ที่จูนินยะเขียน ทำให้มั่นใจขึ้นมากว่าเป้าหมายนั้นไม่ไกลเกินไปที่จะไขว่คว้า
จากแม่บั๊ก
דּ דּ דּ דּ דּ דּ דּ דּ
.
ผมต้องขอขอบคุณ คุณแม่บั๊กอย่างยิ่ง ที่ได้กรุณาแลกเปลี่ยนเรื่องราว ทรรศนะ ความคิดเห็นต่างๆ ผมอ่านจดหมายดูแล้ว ให้นึกถึงภาพเมื่อครั้งยังเยาว์วัย ความคิดยังไม่รู้ประสีประสาต่อโลกภายนอก แถมพกด้วยอาการออทิสติก ที่อาจจะเป็นภาระให้กับแม่ซะอีก แต่ท่านก็ไม่ได้ถือว่าเป็นภาระหน้าที่อันหนักหน่วงแต่อย่างใด
ท่านมักพูดอยู่เสมอว่า
"เป็นความท้าทายที่จะเลี้ยงผมให้เป็นเด็กปกติเหมือนกับคนอื่นเขา"
₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪
#1 By love + love = love love on 2007-11-27 21:22