เมื่อต้นเดือน (พ.ย. ๕๐) ผมได้รับจดหมายไฟฟ้าจากผู้อ่านท่านหนึ่ง ถึงข้อสงสัยต่างๆ ที่เกี่ยวกับผม และวิธีที่ทำให้ผมหายจากอาการออทิสติก จนมาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวหนังสือให้อ่านกันได้ เอาล่ะ.... มาตามดูกันเลยครับ

דּ דּ דּ דּ דּ דּ דּ דּ

คำถามจากแม่บั๊ก‏
จาก: ussanee termsuksawat (ussanee_t@hotmail.com)
 คุณอาจไม่รู้จักผู้ส่งรายนี้ทำเครื่องหมายว่าปลอดภัย|ทำเครื่องหมายว่าไม่ปลอดภัย
ส่งเมื่อ: 7 พฤศจิกายน 2550 15:30:11
ถึง:  juninya-25@hotmail.com

สวัสดี
       ดิฉันได้อ่านจากโฟกัสโคราช  ว่าคุณเป็นคนเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับออทิสติก จึงอยากทราบว่าตอนเด็กๆ คุณเป็นออจริงไม๊  เพราะดิฉันมีลูกเป็นออทิสติก ก็เลยอยากทราบว่าทำยังไง คุณถึงได้มีพัฒนาการดีอย่างนี้  ทั้งๆ ที่ตอนเด็กคุณมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์  จะได้เป็นวิทยาทานแก่รุ่นน้องๆ ต่อไปว่าควรจะฝึกอย่างไร ขอได้โปรดช่วยตอบเมลนี้ด้วยนะคะ


แม่บั๊ก

דּ דּ דּ דּ דּ דּ דּ דּ

        คำตอบทั้งหมด อยู่ที่ comments ครับผม

₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪

Comment

Comment:

Tweet

#19 By tukta (103.7.57.18|110.49.234.236) on 2013-01-20 08:54

เรียน คุณยะ

ขอบอกว่าเป็นน้องใหม่ของวงการ ออ นะคะ ลูกชาย สองขวบ เพิ่งตรวจจาก รพ. ว่าเป็น ออ ค่ะ คุณยาย เสียใจมากเพราะเลี้ยงมาเอง พาลโทษตัวเองว่าเป็นเพราะตนเองชอบดูทีวีมากไป หลานจึงเป็นแบบนี้
ประเด็นที่สนใจคุณยะมากๆ คือ หาย หรือดีขึ้น เป็นปกติเลยเหรอคะ
แล้วคุณยะ (แม่คุณยะสินะ) รู้ว่าเป็นตอนไหน รักษาที่ไหน ราชานุกูลดีมั๊ยคะ (พอดีบ้านอยู่ กทม) อยากทราบมากๆ ค่ะ ตอนนี้ทำใจได้บ้างแล้ว และอยากเดินหน้าต่อค่ะ
ขอคำแนะนำด้วยค่ะ
วันวิสาข์

#18 By wanwisa (125.25.214.29) on 2010-02-10 22:24



รายละเอียดเกี่ยวกับอะไรบ้างครับ

โปรดแจ้งมาด้วย

...

#17 By Juninyá on 2009-12-21 16:19

ต้องการทราบรายละเอียด

#16 By สุดารัตน์ คุงดิน (110.164.116.254) on 2009-12-21 11:25

ถึงคุณเสาวลักษณ์

ดิฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณได้เป็นอย่างดี เพราะว่า เคยประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนเมื่อเกือบสามสิบปีที่แล้ว แต่ขณะนั้นหมอบอกว่าลูกดิฉันเป็นเด็กปัญญาอ่อน ฟังดูแล้วมันหนักกว่าออทิสติกมาก ตอนที่ยะยังเป็นเด็กก็มีอาการเหมือนลูกของคุณ เขาจะพูดของเขาไปเรื่อย คุยไม่รู้เรื่อง ดิฉันขอให้คุณอดทน พยายามพูดกับเขาบ่อยๆ ควรสังเกตุสิ่งที่เขาสนใจและสนับสนุนให้เขาทำสิ่งนั้น

หากผู้ที่เป็นออทิสติกสนใจสิ่งใด และชอบทำอะไร เขาก็จะทำได้ดี จนเรานึกไม่ถึงว่า เขาจะทำได้ ยกตัวอย่างเช่น ยะชอบเรียน ฉันก็สนับสนุนให้เรียน เขาก็ทำได้ และอยากเป็นนักเขียน ตอนนี้เขาก็เขียนบทความให้กับหนังสือพิมพ์ในโคราช

เมื่อก่อนฉันรู้สึกเสียใจว่าทำไมลูกของเราถึงต้องเป็นอย่างนี้ แต่ตอนนี้ไม่มีความรู้สึกนั้นอีกแล้ว เพราะเขาทำให้ดิฉันภูมิใจที่เขาเป็นคนดี และมีความรับผิดชอบกับงานที่ทำ ลูกของคุณอายุสองขวบกว่า ดิฉันขอบอกว่าอย่าไปคิดมากเลย ต่อไปเขาค่อยๆมีพัฒนาการที่ดีขึ้น แต่ต้องให้เวลา และพาเขาออกนอกบ้าน ให้เขาได้พบเจอกับผู้คนบ่อยๆ ถ้าเขาทำผิดก็ต้องคอยบอก และบอกซ้ำๆ เราอาจจะเลี้ยงเขายากสักนิด เมื่อเขาโตพอ ก็ต้องคอยบอก คอยสอนแทบทุกเรื่อง เช่น การเข้าสังคม เพราะเขามีนิสัยไม่สนใจคนรอบข้างนัก

ดิฉันหวังว่าสิ่งที่เขียนมาทั้งหมดนี้คุณคงจะมีความหวัง และมีกำลังใจมากขึ้นนะคะ

อีกเรื่องหนึ่ง ป้าของยะที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ พอเขาทราบว่ายะเรียนปริญญาโทอยู่ เขาก็ตกใจ และถามว่ายะเรียนได้หรือ เพราะนึกไม่ถึงว่าเห็นยะตอนเด็กๆ ดูเอ๋อๆ จะสามมารถเรียนถึงระดับปริญญาโทได้ และเขาก็แสดงความยินดีกลับมาด้วย


ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้นะคะ

แม่ของยะ

#15 By Juninyá on 2008-10-27 22:39

ถึงคุณเสาวลักษณ์ครับ

สำหรับคำแนะนำ แม่ผมฝากมาให้ตามคอมเมนต์ทางด้านล่างครับ

#14 By Jimmy Lee on 2008-10-27 22:35

ขอบคุณครับคุณต้องสู้

#13 By Jimmy Lee on 2008-10-27 22:32

ถึงคุณ juninya
ได้อ่านบทความของคุณทั้งหมดแล้ว กลั้นน้ำตาไม่อยู่เลยค่ะ (คุณอาจนึกว่าเศร้าอะไรนักหนา...ฮา)
เรื่องเหล่านี้เป็นกำลังใจให้สู้เพื่อลูกต่อไปเช่นกันค่ะ ขอชื่นชมทคุณและครอบครัวนะคะ

ถึงคุณเสาวลักษณ์
เข้าใจว่าคุณคงอยู่ในช่วงแรกๆ ที่ทราบข่าวนี้ คุณไม่ได้เดินอย่างโดดเดี่ยวหรอกค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้ และอันที่จริงต้องขอบอกว่าเราได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเราเองขึ้นจากการที่ได้ดูแลเค้าด้วยค่ะ
มีผู้ร่วมเดินทางมากมาย ลองดูที่นี่ค่ะ
http://www.cf.mahidol.ac.th/floortime/
สู้ๆ นะคะ

#12 By ต้องสู้ (125.24.36.0) on 2008-10-26 23:07

เป็นคุณแม่คนหนึ่งที่เผอิญโชคดีถูกแจ๊คพ๊อตได้ลูกออทิสติกมาเป็นของตนเอง จนทุกวันนี้ไม่มีความสุขเลย
อยากขอคำแนะนำและความรู้จากผู้ที่ประสบความสำเร็จแล้วจะขอบคุณมากเลยค่ะ

#11 By เสาวลักษณ์ (118.173.39.145) on 2008-10-18 10:38

ดีๆ แม่ดี เหงือกดี ดีที่ได้เกิดมา

#10 By (124.121.188.229) on 2007-12-22 20:25

[b][/""ฎษ?b]angry smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile

#9 By JDJFKFL/SWQ/1 (125.27.207.84) on 2007-11-29 16:39

[b][/""ฎษ?b]angry smile

#8 By JDJFKFL/SWQ/1 (125.27.207.84) on 2007-11-29 16:39

[b][/""ฎษ?b]

#7 By JDJFKFL/SWQ/1 (125.27.207.84) on 2007-11-29 16:39

ทุกครั้งที่ได้อ่านว่าคุณจูนินยะเป็นคุณจูนินยะในวันนี้ได้อย่างไร.. รู้สึกตื้นตันในความรักของคุณแม่ของคุณจูนินยะมากๆ ทุกครั้งเลยค่ะ ยินดีด้วยอีกครั้งนะคะ big smile

#6 By p-i-e on 2007-11-27 17:14


ขอแก้ไขเพิ่มเติมสักนิดนะครับ

จาก "comments เป็นข้อแนะนำเพิ่มเติมจากแม่ของผม"

เป็น "อีกสองcomments ถัดมา เป็นข้อแนะนำเพิ่มเติมจากแม่ของผม" ครับ

#5 By Juninyá on 2007-11-27 06:07


จริงของคุณ aะ~ศุ~Ji ครับ หากขาดการเลี้ยงดูที่ถูกต้องและถูกแนวทาง การที่เขาจะหายขาดโอกาสแทบจะเป็น 0

และเรื่องดราม่าอีกเรื่อง บุคคลที่ผมเคยเขียนในบทความ "เมื่อผมเป็นออทิสติก" ตอนที่ 5 หายตัวออกไปจากบ้านแล้วครับ หายไปนับเดือน ไม่ทราบข่าวคราวใดๆ อีกเลย

#4 By Juninyá on 2007-11-26 22:53


เมื่อตอนลูกชายฉันยังเล็ก พอพาไปหาหมอหลายที่แล้ว รู้ว่าลูกฉันผิดปกติ และไม่มีทางรักษา

ฉันเสียใจ พร้อมคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะให้เขาอยู่ร่วมกับผู้คนในสังคมได้ ฉันจะพาเขาไปทุกแห่งที่ฉันไป ให้เจอผู้คน และบอกกับทุกคนว่า ลูกฉันจะมีความคิดช้ากว่าเด็กคนอื่น มีอะไรก็ช่วยพูดคุยกับเขาด้วย ซึ่งญาติพี่น้องก็มีส่วนด้วย ช่วยกันพูดคุยกับเขา

ฉันจะพยายามทำใจให้เย็น ไม่ดุเขา แต่จะค่อยๆบอกเขา และบอกซ้ำๆ หลายครั้ง และหัดให้เขาทำเอง ตอยสังเกตุว่าเขาชอบอะไร เขาชอบปั้น ฉันก็ซื้อดินน้ำมันมาให้เขาปั้น

เขาพูดซ้ำๆ กัน ฉันก็จะให้เขาดูคนอื่น และบอกเขาว่า ไม่มีใครเขาพูดซ้ำๆ เดี๋ยวจะไม่เหมือนคนอื่นเขา และเวลาพูดให้สบตาคนด้วย

พอเขาเรียนได้ ฉันเห็นเขาชอบอ่านหนังสือ ก็ซื้อหนังสือมาให้อ่าน จนเดี๋ยวนี้เขาเรียนปริญญาโทแล้ว

big smile big smile big smile

#3 By สมบูรณ์ (203.148.249.97) on 2007-11-26 22:38

ตอนแรกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ตอนนี้ไม่มีความสงสัยใดๆทั้งสิ้นแล้วหล่ะ
แต่น่าเสียดายที่เด็กอออีกหลายคน ขาดการเลี้ยงดูที่ถูกต้องและถูกแนวทาง

ตามแนวคิดเดิมของผม

ผมอยากจะนำจดหมายไฟฟ้าฉบับนี้มาเขียนเป็นบทความเพิ่มอีกตอน

วันนี้ผมเพิ่งคิดได้ว่า หากปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปนาน ย่อมไม่เป็นการดีแน่

โดยส่วนตัว ผมได้ตอบจดหมายไฟฟ้าเขาไปแล้ว และก็ได้เพิ่มมาอีกสองฉบับ

เอาล่ะ.... เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขอตอบข้อข้องใจตรงนี้ให้ได้รับทราบกันเลยละกัน

₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪

ต่อปุจฉาที่ว่า "ผมเป็นออมั้ย???"

ผมจึงวิสัจชนาได้ว่า เมื่อตอนเด็ก "ผมเป็นออทิสติก" จริงๆ

อาการหลายอย่างบ่งบอกมาก เหมือนที่ผมถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษร

ณ ปัจจุบันกาล อาการในแบบ "เด็กออ" บางอย่าง ก็ยังติดตัวผมอยู่

แม่ เพื่อน และคนรอบข้างผมหลายคนยังบอกเลยว่า "ตัวผมอะไรก็ดีไปหมด แต่เสียอยู่อย่างเดียวคือ....."

พฤติกรรมที่ไม่เหมือนชาวบ้าน

และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผมไปแล้ว

₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪

สำหรับอีกคำถามหนึ่ง

"ทำอย่างไร เด็กออฯ เช่นผมจึงจะมีพัฒนาการไปในทางที่ดีขึ้น???"

โดยความเห็นส่วนตัว สภาพแวดล้อมที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อย่างในต่างจังหวัด จะมีผลต่อพัฒนาการทางสมองมากทีเดียว

เป็นดังคำกล่าวของ รพินทรนาถ ฐากูร ว่า "เด็กๆ จึงควรอยู่กับธรรมชาติ ซึ่งจะมีคุณค่าอย่างยิ่งทางการศึกษา ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่า เด็กจำเป็นจะต้องมีเสรีภาพในธรรมชาติก่อนจึงจะรักธรรมชาติ"

แต่ก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเองด้วยเช่นกัน เพราะเมื่อตอนผมยังเด็ก ผมคิดว่าตัวเอง "ไม่ผิดปกติอะไรเลยนีหว่า??"

เรื่องที่ไม่สนใจชาวบ้าน ก็เป็นเรื่องจริง ผมพอจำได้ว่า ตอนที่พูดได้แรกๆ พูดแบบน้ำไหลไฟดับ ผมมองไปที่คนฟังอยู่แว่บนึง

เขาทำหน้าเจื่อนๆ งงๆ ประมาณ "ไอ้นี่... มันพูดอะไรของมันฟระ???"

แสดงให้เห็นว่า เด็กออฯ มีอีโก้สูงใช่ย่อย

₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪

comments เป็นข้อแนะนำเพิ่มเติมจากแม่ของผม

#1 By Juninyá on 2007-11-26 22:20