“แค่หนังเพ็นกวิ้นเล่นเซิร์ฟ มันสนุกตรงไหน???”

        เมื่อก่อนความคิดอคติเช่นนั้น มักจะเกิดขึ้นอยู่ในหัวของผมอยู่เสมอ ผมบอกตามตรงว่า ผมไม่ปลื้มหนังการ์ตูนแนวนี้เอาซะเลย (ในช่วงนั้นนะ)

        แต่แล้ว++++ ความคิดของผมกลับเปลี่ยนไป เมื่อได้ดูภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง Nemo, Cars และเรื่อง Happy Feet เป็นอาทิ  ซึ่งผมพบว่า ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องที่กล่าวมานี้ เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ เนื้อเรื่องที่ดูง่ายๆ ไม่ซับซ้อน กลับดึงดูดใจผมได้อย่างน่าประหลาดยิ่งนัก

        ยิ่งผมได้ดูตัวอย่างหนังเรื่อง Surf ’s Up เมื่อต้นเดือน ทำให้ผมอยากเข้าไปดูซะแล้ว ว่าเขาจะเดินเรื่องในแนวไหน ด้วยความสัตย์จริง ผมคิดว่าจะไปดูตั้งแต่เข้าโรงวันแรกด้วยซ้ำ เพราะมันตรงกับวันเกิด (วันที่ผมลืมตาดูโลกจริงๆ ไม่ใช่วันเกิดอยากดูหนัง)

        เอาน่ะ..... ถึงวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ณ โรงภาพยนตร์ในห้างดังแห่งหนึ่งของโคราช ผมพาตัวเองเข้าไปจับจองตั๋วหนังเรื่องนี้ทันที 1 ที่นั่ง รอบ 14.40 น.

        เมื่อผมเข้าไปในโรงหนัง  กลับพบว่า ผู้ชมค่อนข้างบางตากว่าที่คาด (ดีที่ไม่เหมือนเพื่อนผม แห่งบล็อก http://thatree.exteen.com/ ที่ไปดูหนัง แล้วพบตัวเองรอดูอยู่คนเดียว) กลุ่มเป้าหมายเดิม ก็ยังอุดหนุนอยู่เช่นเดิม คือ “ครอบครัว” ที่พ่อ – แม่ จูงมือพาลูกๆของตนเองมาชมภาพยนตร์เรื่องนี้ อยู่ประมาณสิบครอบครัวเห็นจะได้

        ผมชมตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ซึ่งผสมผสานกันระหว่างภาคการ์ตูนกับฉากการแสดงจริงบนแผ่นฟิล์ม ของค่ายวอล์ท ดิสนีย์ แล้วรู้สึกอึ้งกิมกี่ เพราะโดนใจผมอย่างเรงเรยยยยย..... ในใจผมได้แต่รอคอยให้ต้นเดือนธันวาคมมาถึงเร็วๆ ซะแล้วสิ (แล้วผมจะเล่าให้ฟังทีหลัง ถ้าไปดูแล้ว อ่ะนะ)

        ออกนอกรันเวย์ไปซะนาน เข้าเรื่องซะที ภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่นเรือง Surf ’s Up เน้นเรื่องการเล่นเซิร์ฟ ผ่านตัวละครที่เป็นนกเพ็นกวิ้นเป็นหลัก กล่าวถึง โคดี้ มาเวอริค เพนกวิ้นหนุ่มไฟแรง วัยโจ๋พันธุ์ร็อคฮ็อปเปอร์ แห่งทะเลน้ำหนาว ผู้ชื่นชอบการเล่นเซิร์ฟดุจชีวิตจิตใจ ฝึกฝนการเล่นเซิร์ฟอย่างเอาเป็นเอาตาย มินำพาต่องานคัดแยกปลา (ใช่แซลม่อนหรือเปล่า? ไม่แน่ใจเหมือนกัน) ตามหน้าที่ของตนเอง (ด้วยความเบื่อหน่ายเป็นทุนเดิม) และไม่สนใจต่อคำติติง ติฉิน และติเตียนของเพนกวิ้นตัวอื่นในหมู่บ้านชายฝั่งทะเล ทางแถบขั้วโลกเหนือ รวมทั้งแม่และพี่ชายของตนเอง

        ในห้วงแห่งความทรงจำวัยเด็กของโคดี้ ครั้งหนึ่ง ฮีโร่ในดวงใจของโคดี้ อันมีนามว่า Big Z (อ่านว่า บิ๊กซี ตามสำเนียงอเมริกัน ไม่ใช่ชื่อห้างของไทย) เพนกวิ้นร่างใหญ่ ผู้สร้างตำนานการโต้คลื่นขั้นสุดยอด ปรากฏกายขึ้น ณ หมู่บ้านของเขา พร้อมกับโชว์การเล่นเซิร์ฟแบบแชมป์เปี้ยน (ที่เค้าทำกัน) ท่ามกลางความประทับใจ ตราตรึงในดวงจิตของโคดี้ และบิ๊กซีก็เดินมามอบสร้อยคอให้กับโคดี้ เพียงตัวเดียว จากบรรดาเพนกวิ้นทั้งหมดในหมู่บ้าน

        และกล่าวประโยคอมตะวาจา ที่คั่งค้างอยู่ในความทรงจำของโคดี้

        “ไอ้หนู....... อย่ายอมแพ้ ให้หาหนทาง ทำในสิ่งที่ผู้ชนะเค้าทำกัน”


        โคดี้ยังคงสวมสร้อยคอเส้นนั้นเสมอมา

        จนวันหนึ่ง มีแมวมอง (ไม่ใช่แมวจริงๆ แต่เป็นนกพันธุ์อะไรก็ไม่รู้ ตัวเล็กๆ ขายาวๆ) นามไมกี้ ซึ่งหานักเซิร์ฟมืออาชีพ จากหลายทวีป มาร่วมแข่งขันในรายการ “ศึกวันคลื่นเดือด” ณ เกาะเพ็นกู และนำตัวโคดี้มาร่วมแข่งด้วย มี เร็จจี้ บีเวอร์วัยชรา เป็นผู้จัดการแข่งขัน ซึ่งรายการแข่งเซิร์ฟนี้ มีเพนกวิ้นร่างใหญ่นาม “แทงค์ โอเว่น” เป็นแชมป์เก่า ผู้มีอุปนิสัยเปี่ยมไปด้วยความก้าวร้าว และเป็นนักเซิร์ฟตัวเดียวที่สามารถพิชิต Big Z ได้ และ Big Z เสียชีวิตจากการแข่งขันในครั้งนั้น (หรือเปล่า??)

        แทงค์ โอเว่น จึงเป็นเป้าหมายสำคัญ ที่โคดี้จะต้องเอาชนะให้ได้ และโคดี้เชื่อว่าชัยชนะจะทำให้เขาได้รับเสียงชื่นชมและโดดเด่นเป็นสุดยอดเพนกวิ้นของโลก

        การดำเนินเรื่องของ Surf ’s Up ผมว่าน่าสนใจทีเดียว ซึ่งเป็นการเดินเรื่องแบบรายการ “เรียลลิตี้โชว์” ตัดสลับกับการสัมภาษณ์ตัวละครหลักๆ ทั้ง โคดี้, ชิคเก้น โจ (ไก่แจ้วัยกระทงนักโต้คลื่น แห่งทะเลน้ำนิ่ง เพื่อนของโคดี้), ลานี่(หวานใจของโคดี้ สาวน้อยผู้พิทักษ์ความปลอดภัยริมชายฝั่ง นางเอกของเรื่อง), แทงค์ โอเว่น รวมถึง เพนกวิ้นเด็กอีกสามตัว (ตอนท้ายๆเรื่องจะตัดสัมภาษณ์บ่อยหน่อย)

        ในภาคส่วนของตัวละครหลักแต่ละตัวของเรื่อง Surf ’s Up ค่อนข้างจะให้บทบาทและน้ำหนักได้ใกล้เคียงกัน โคดี้ มาเวอริค พระเอกของเรื่องโดดเด่น แต่ไม่ถึงกับข่มตัวละครหลักตัวอื่นจนมิดนัก

        อย่างน้อย..... ตัวละครทุกตัวก็ยังอยู่ในซีนจนถึงตอนจบของเรื่อง ไม่มีหลุดหายไปดื้อๆ

        ส่วนผสมเหล่านี้ มีความผสมกลมกลืนกัน ดูแล้วไม่มีมั่ว ผมว่าเข้าท่าไปอีกแบบ

        แต่ข้อสงสัย ก็ยังติดค้างอยู่ในใจผมอยู่เรื่องหนึ่ง ว่า.......

        “ฉี่จะสามารถรักษาบาดแผลที่ถูกหอยเม่นทิ่มฝ่าเท้าได้หรือเปล่า???”

        เพราะมีอยู่ฉากหนึ่ง โคดี้จมลงไปในท้องทะเล หลังถูกคลื่นซัดอย่างหนัก และถูกหนามอันเรียวยาว และแหลมคมของหอยเม่น (มีฉากตัดสัมภาษณ์ด้วย) ทิ่มเข้าให้ที่ฝ่าเท้าอย่างจัง เมื่อพามาที่พักกลางป่า เจฟฟ์ บริดเจ็ส ลุงของลานี่ จัดการฉี่เข้าไปที่บาดแผลตรงฝ่าเท้าของโคดี้ทันที

        ส่วนเนื้อหาในช่วงท้ายของเรื่อง ซึ่งผู้สร้างพยายามสื่อกับผู้ชมอยู่เสมอว่า

        “ชัยชนะ เกียรติยศ และถ้วยรางวัล มันไม่ได้สำคัญอะไรเลย”

        สิ่งที่สำคัญ และได้รับการยอมรับจากผองเผ่านกเพนกวิ้น มากกว่าทั้งสามสิ่งที่กล่าวมาคือ

        “มิตรภาพและการเสียสละ”

        กับ

         “ผู้ชนะที่แท้จริงไม่ใช่ผู้ที่เข้าเป็นที่หนึ่งเสมอไป”

 

##########

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยังไม่เคยดูหนังแนวนี้เลย ตั้งแต่พวก เชร็ค นีโม่อะไรนั้นและ สงสัยต้องไปดูซะหน่อย

แต่ผมกลับคิดกับหนังเรื่องนี้ว่า เพนกวินปกติ ว่ายน้ำเร็วอยู่แล้วยังจะไปขี่เซิร์ฟ ให้มันช้าทำไมconfused smile

#1 By หมีขั้วโลก™ on 2007-10-29 09:25

ไม่ค่อยชอบไปดูหนังแนวนี้ใรโรงเท่าไหร่
แต่ชอบเพนกวินตัวเล็กๆจริงๆ ขนฟูได้ใจcry

#2 By TangMay on 2007-10-29 19:55

น่าเสียดาย...ถ้าไม่รีบกลับบ้านมาสอบ ก็ได้ดูแล้ว
เนื่องจากเห็นตัวอย่างลีลาการเซิร์ฟได้ใจมากbig smile

เท่สุดๆ ไปเลยล่ะ

ท่าทางเหมือนคนตอนเล่นเซิร์ฟเลยล่ะ

#4 By Juninyá on 2007-10-29 20:55