ในบางครั้ง...
.
        ฉันเดินไปบ้านของยาย พร้อมกับอีรินและอีแบ๊ะ ซึ่งอยู่ในหมู่บ้าน ต้องเดินผ่านวัด ห่างจาก
บ้านฉันประมาณห้าร้อยเมตร  ฉันชอบคุยกับยายและคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้าน

        “แม่ใหญ่ ฉันซักโจงกระเบนให้เอามั้ย” ฉันอาสาเมื่อเห็นโจงกระเบนของยายยังไม่ได้ซัก
        “ได้สิ .... แม่ใหญ่เองก็ซักไม่ไหวแล้วเหมือนกัน” ยายตอบ

        ฉันก็นำผ้าโจงกระเบนไปซัก ใส่น้ำ ใส่ผงซักฟอกนิดหน่อย ขยี้ๆผ้าโจงกระเบน แล้วนำไป
ตากที่ชานบ้าน

        “อีบูรณ์ ช่างเป็นคนดีจริงๆ รู้จักบุญคุณคน โตขึ้นจะตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้” ยายเอ่ย
ปากชม

        เมื่อฉันได้ยินคำชมจากยาย ความยินดีปรากฏออกมาที่ใบหน้าฉันอย่างชัดเจน
        หลังจากซักผ้าโจงกระเบนให้ยายเสร็จ สายตาฉันเห็นตาเต่ากำลังตำข้าว บ้านของตาเต่า
อยู่ถัดจากบ้านของยายออกไป

        “พ่อเฒ่าเต่า ให้ฉันช่วยมั้ย” ฉันอาสา
        “ได้... มาสิ... มา” ตาเต่าตะโกนบอก
        “อีบูรณ์ .... กูไปดา” อีรินกับอีแบ๊ะร้องพร้อมกัน
        “อีริน อีแบ๊ะ มา.... มา.... มา.... มากินนมเร็ว” ยายเรียกน้องสาวทั้งสองพร้อมกับนมข้น
หวานชงกับน้ำร้อนสองแก้วในมือ

        เมื่อน้องสาวทั้งสองได้ยินว่ายายชงนมให้กิน รีบวิ่งไปหายายทันที แล้วรับแก้วนมจากมือ
ยายมาดื่ม ดื่มหมด ก็เอานิ้วจิ้มนมข้นที่ตกตะกอนอยู่ก้นแก้ว มาจิ้มดูด จิ้มดูดกันอย่างสำราญใจ
        ส่วนฉันเดินไปช่วยตาเต่าตำข้าว ซึ่งสมัยก่อนยังไม่มีโรงสีข้าว การตำข้าวที่บ้านตาเต่าจึง
ใช้ครกกระเดื่องตำ มีลูกชายมาช่วยตำก่อนอยู่แล้วคนหนึ่ง ครกกระเดื่องต้องใช้คนเหยียบสอง
สามคน ฉันตัวเล็กที่สุด ก็ไปช่วยเหยียบ ทั้งๆที่ไม่มีแรงเท่ากับผู้ใหญ่
     &nb