จำเนียรกาลผันผ่านเกือบครบหนึ่งปี....
. 
        นับแต่พี่สาวของฉันออกไปทำงานยังต่างถิ่น ฉันและน้องสาวอีกสองคน ต่างก็ดำรงชีวิตแบบพอมีพอกินในแต่ละวัน ไปเรื่อยๆ ไม่ถึงกับอดอยาก ฉันกับน้องสาวเข้าไปในหมู่บ้านไม่บ่อยนัก แต่สังเกตเห็นชาวบ้านเขาดองหน่อไม้กัน
ด้วยการสับหน่อไม้ออกเป็นฝอย นำไปแช่น้ำ โรยเกลือใส่ไว้นิดๆ แล้วเก็บเอาไว้หนึ่งคืน รุ่งเช้าจึงขยำหน่อไม้ จากนั้นอีกราวๆสองสามวัน ก็นำน้ำซาวข้าวเทใส่ลงไปพอท่วมหน่อไม้ หลังจากนั้นอีกหนึ่งอาทิตย์ ถึงจะนำหน่อไม้ดองออกมากินได้
        ..................
        ............
        .......
.
อยู่มาวันหนึ่ง....
.
        อีรินล้างไหไว้ดองหน่อไม้ ล้างเสร็จ ก็คว่ำไหไว้แถวๆโอ่งอาบน้ำ เรียงไว้บริเวณหญ้าที่ขึ้นรกครึ้มอยู่ใกล้ๆ
        อีรินเดินมาช่วยฉันสับหน่อไม้ แต่หารู้ไม่ว่า อีแบ๊ะ ซึ่งนั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ตรงใต้ถุนบ้าน เผยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย
        สักพักหนึ่ง อีรินช่วยฉันเตรียมหน่อไม้เสร็จ เดินกลับมาดูไหที่คว่ำไว้ เห็นไหใบหนึ่งตั้งขึ้นมา
.
        “เอ๊ะ.... เราก็คว่ำไหหมดแล้วนี่หว่า ทำไมใบนี้ถึงตั้งขึ้นมาล่ะเนี่ย รึว่าเราลืมคว่ำเอาไว้” อีรินรำพึงอยู่ในใจ
.
        อีรินถือผ้ามาด้วย นำมาเช็ดไหใบนั้น เอามือล้วงเข้าไป สัมผัสถึงสิ่งแปลกปลอมที่เหนียวเหนอะหนะอยู่ภายในไห
        อีรินรีบชักมือออกมาโดยพลัน
        สิ่งที่ติดอยู่ที่มือของอีริน มีลักษณะเป็นสีเหลืองหม่นๆ เหนียวๆ แถมยังส่งกลิ่นเหม็นออกมาอย่างร้ายกาจ
        อีรินรีบล้างมือทันที ขณะที่อีแบ๊ะ ซึ่งเฝ้ามองโดยตลอด แอบหัวเราะอยู่หลังเสาบ้าน
.
        “อีแบ๊ะ!!! มึงใช่มั้ย ที่ขี้ใส่ไหน่ะ” อีรินตวาดขึ้นด้วยความเกรี้ยวกราด พร้อมกับหยิบไม้เรียวยาวขนาดหนึ่